สถานการณ์โควิด19 ที่ถูกนำมาเสนอผ่านสามโมเดล หลังจามีการถูกนำไปคำนวณเปรียบเทียบกับโรคระบาดในอดีตนั้น โดยโมเดลนั้นจะถูกแบ่งออกเป็นสามโมเดลด้วยกัน โดยตัวแรกนั้นจะเป็นโมเดลที่มีชื่อว่า Peaks and Valleys ลักษณะของมันนั้นน่ากลัวมาก เพราะมีลักษณะโมเดลที่เป็นคลื่นสูงเป็นระลอก มีลักษณะคล้ายคลื่นน้ำทะเล โดยคลื่นช่วงแรกนั้นก็คือช่วงที่เกิดโรคระบาดอย่างโควิด19นั่นเอง ที่การเกิดขึ้นและลดจำนวนลงในแต่ละพื้นที่ ขึ้นอยู่กับมาตรการการป้องกันของโรคระบาดต่างๆและการป้องกันSocial Distancingหรือการเว้นระยะห่างทางสังคม การล็อคดาวน์ต่างๆ

เมื่อมีการติดเชื้อและแพร่ระบาดลดลงแต่ละประเทศก็จึงเริ่มมีการผ่อนคลายมาตรการต่างๆนั่นเอง และจึงเป็นเหตุผลที่อาจจะทำให้เกิดการระบาดซ้ำได้เป็นระลอกสองและเกิดเป็นคลื่นสูงอีกครั้งได้ปละเป็นเหตุทำให้แต่ละประเทนั้นต้องใช้มาตรการในการล็อดดาวน์หรือมาตรการต่างๆในการป้องกนที่เข้มข้นขึ้นอีกครั้งและหลังจากนั้นก็จะเกิดการแพร่ระบาดและการติดเชื้อลงอีกครั้งและเกิดมาแพร่ระบาดใหม่เมื่อเริ่มมีการผ่อนคลายและลดมาตรการต่างๆลงก็จะเกิดการขึ้นๆลงๆแบบนี้อยู่ได้1-2 ปีได้ด้วยกันทีเดียวและผู้คนก็อาจจะเกิดความเคยชินนั่นเองแน่นอนว่าโมเดลนี้นั้นไม่ใช่โมเดลที่ดีเลยนั่นเอง

โมเดลถักมาคือโมเดลจำลองแบบที่สอง คือ Fall Peak เป็นโมเดลที่ค้อนข้างมีความน่ากลัวเช่นกัน โดยคลื่นลูกแรกของโมเดลนี้นั้นเกิดขึ้นแล้วในช่วงเดือนมกราคมจนถึงเมษายนในปี2020ที่ผ่านมา และเข้าสู่สถานการณ์ที่ดูเหมือนจะเริ่มดีขึ้นหลังจากเริ่มจะผ่าช่วงฤดูใบไม้ผลิไปก็เริ่มมีอัตราในการติดเชื้อและแพร่ระบาดต่ำลงอย่างไรก็ตามเมื่อก้าวเข้าสู่ช่วงกลางปีจนถึงปลายปี

เมื่อฤดูใบไม้ร่วงหรือฤดูหนาวผ่านเข้ามาก็จะเกิดการกลับมาระบาดครั้งใหญ่ขึ้นอีกครั้งที่เป็นคลื่นระลอกใหม่ที่มีความใหญ่และหนักหนาสาหัสกว่าเดิมนั่นเอง และเกิดการติดเชื้อและยอดผู้เสียชีวิตที่พุ่งสูงขึ้นจนทำให้คลื่นในโมเดลนี้นั้นสูงมากเลยทีเดียว โดยโมเดลนี้นั้นนักวิจัยคาดการว่าจะมีลักษณะการระบาดคล้ายกับโรคระบาดไข้หวัดใหญ่นั่นเอง

ลักษณะของโมเดลที่สามคือ Slow Burn เป็นโมเดลในลักษณะที่คลื่นแรกนั้นมีการเกิดในช่วงต้นปี2020และมีการเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องมีพบการแพร่ระบาดที่แตกต่างกันของแต่ละพื้นที่ขึ้นอยู่กับมาตรการต่างๆนั่นเอง แต่ละสังคมนั้นจะเกิดความปกติใหม่หรือที่เรานั้นเรียกกันว่าNew Normal นั่นเองถึงแม้จะไม่ได้มีมาตรการที่เข้มงวดเช่นห้ามออกจากบ้าน แต่ประชาชนจะต้องใช้ชีวิตด้วยการสวมใส่หน้ากากอนามัย ล้างมือ การเว้นระยะห่างทาสังคม เพื่อป้องกันการเกิดการระบาดครั้งใหญ่อีกนั่นเอง

 

 

สนับสนุนโดย  แทงบอลออนไลน์

          เป็นอีกหนึ่งตำนานที่มีการเล่าขานกันเกี่ยวกับเรื่องของความรักซึ่งถ้าหากใครเคยเดินทางผ่านเส้นที่จะไปจังหวัดชลบุรีแล้วก็เพิ่งจะเห็นภูเขาลูกหนึ่งซึ่งบริเวณภูเขานั้นจะมีหน้าผาและที่นี่มักจะมีผู้คนพากันไปกราบไหว้ขอพรกันอยู่เป็นประจำโดยนักท่องเที่ยวที่ไปขอพรส่วนใหญ่มักจะเน้นขอพรเกี่ยวกับเรื่องของความรักและเรื่องของการคลาดจากภยันอันตรายต่างๆอย่างไรก็ตาม

ก่อนที่เขาสามมุกจะถูกตั้งชื่อว่าเขาสามมุขนั้นไม่มีตำนานเล่าขานเกี่ยวกับเรื่องราวของความรักของหนุ่มสาวคู่หนึ่งที่ไม่สมหวังในความรักทำให้ในที่สุดแล้วพวกเขาก็ถูกความตายมาพรากจากกันและสถานที่ที่พวกเขาเสียชีวิตนั้นก็กลายมาเป็นชื่อเรื่องราวตำนานความรักในครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงสมัยตอนปลายของกรุงศรีอยุธยาว่ากันว่าที่บริเวณแห่งนี้มีหญิงสาวชาวบ้านคนหนึ่งที่ชื่อว่าสามมุกเธอเป็นคนที่มีฐานะยากจนและอยู่กับยาย

เนื่องจากพ่อแม่เสียชีวิตไปนานแล้วและมีชายหนุ่มคนหนึ่งที่ชื่อว่าแสนซึ่งบ้านของฝ่ายชายที่ชื่อว่าแสนนั้นเป็นบ้านของคนที่มีฐานะร่ำรวยพ่อของเขาเป็นกำนันที่ดูแลหมู่บ้านแห่งนี้แต่อย่างไรก็ตามพรหมลิขิตก็ทำให้คู่ได้มาเจอกันเมื่อแสนเล่นว่าวแล้วมาตกลงที่หน้าที่สามมุกกำลังนั่งอยู่ แต่คนทั้งคู่ได้เจอกันก็เกิดรู้สึกชอบพอกันและรักกันเรื่อยมาโดยมีการมาสาบานตนกันที่บริเวณหน้าผาว่าจะรักกันชั่วนิรันและหากใครผิดคำสาบานคนๆนั้นจะต้องมาตายตรงที่หน้าผาแห่งนี้อย่างไรก็ตามเรื่องราวความรักของคนสมัยก่อนนั้น

หากมีฐานะที่แตกต่างกันย่อมเป็นไปไม่ได้ที่จะอยู่ร่วมกันได้ดังนั้นเมื่อพ่อของแสนรู้เรื่องดังกล่าวขึ้นจึงได้มีการบังคับให้แสงแต่งงานกับผู้หญิงคนอื่นในวันแต่งงานของแสนนั้นเองสามมุขได้เรื่องว่าแสนนั้นได้หนีไปแต่งงานกับผู้หญิงคนอื่นเพื่อให้ เกิดความมั่นใจสามมุกจึงเดินทางไปที่งานแต่งงานของแสนและพบว่าแสงกำลังจัดงานแต่งงานจริงๆสามมุกจึงถอดแหวนที่แสนเคยให้คืนและเธอก็วิ่งหนีไปกระโดดหน้าผาตายส่วนตัวแสนนั้นก็วิ่งตามสามมุกออกมาและมากระโดดหน้าผาตายตามสามมุขไปทำให้พ่อของแสนนั้นเสียใจที่เป็นต้นเหตุทำให้แสนฆ่าตัวตาย

สิ่งไหนนำข้าวของเครื่องใช้มาวางและมีการตั้งศาลซึ่งปัจจุบันนั้นสารดังกล่าวชาวบ้านเรียกกันว่าศาลเจ้าแม่สามมุขเดินมักจะมีนักท่องเที่ยวและชาวบ้านมาขอพรไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความรักหรือเรื่องของการแล้วคลาดปลอดภัยเนื่องจากว่าชาวประมงส่วนใหญ่มักจะต้องเดินทางออกทางทะเลเกรงกลัวว่าจะมีคลื่นลมแรงแล้วทำให้เรืออับปางจึงมาขอพรที่ศาลเจ้าแม่สามมุขซึ่งทุกคนก็จะสมหวังตามที่ขอทำให้เรื่องราวตำนานความรักของเจ้าแม่สามมุกนั้นคงอยู่เรื่อยมาจนถึงปัจจุบันนี้

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  holiday palace สมัคร

ฝีมือการนวดของดับตูนทำให้เจ้าหน้าที่กระทรวงสาระสุขเข้ามาดูแลและเมื่อเห็นถึงความสามารถความตั้งใจจริงในการอุทิศตัวเป็นตำรวจจิตอาสาและยังผ่านการอบรมอย่างถูกต้องจึงให้การสนับสนุน ขณะที่    ผู้บังคับบัญชาเตรียมให้ดับตูนเป็นต้นแบบแก่ข้าราชการตำรวจเพื่อพัฒนางานด้านบริการแก่ประชาชนในพื้นที่โดยมองว่าการนวดของดับตูนไม่ขัดกับงานตำรวจ เป็นเวลาหลายปีแล้วที่ด่าตูนอุทิศตัวนวดให้กับชาวบ้าน

โดยไม่เรียกร้องผลตอบแทนเพราะเขามองว่าการช่วยบำบัดอาการเจ็บป่วยให้กับชาวบ้านนั้นถือเป็นการดูแลทุกข์สุขของประชาชนอีกรูปแบบหนึ่งแม้รูปแบบจะแตกต่างจากตำรวจคนอื่นอื่นแต่เค้าก็ภูมิใจที่ได้ใช้ความรู้ความสามารถที่ได้มาช่วยเหลือชาวบ้านถือเป็นอีกวิธีหนึ่งในหน้าที่ที่พึงปฏิบัติของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ บางกรณีอาจเกิดความผิดปกติของกระดูก

เราก็จะแนะนำในเรื่องเกี่ยวกับกระดูก บางรายเป็นเพราะกล้ามเนื้อ บางรายเป็นเพราะเส้นประสาทหรือเส้นเอ็นที่มีอยู่มากมายตามร่างกายเมื่อเราสัมผัสกับผู้ป่วยก็จะสามารถแยกแยะได้ว่าสาเหตุของอาการเจ็บปวดนั้นมาจากอะไร หากเราสามารถวินิจฉัยถึงสาเหตุได้การแก้ไขอาการก็จะทำได้ง่ายขึ้นและเราจะไม่แก้อาการแบบเดาสุ่มสะเปะสะปะเพราะนั่นจะทำให้อาการรักสาไม่บรรลุผล

หากใครหลายหลายคนที่กำลังมองหาหมอนวดจับเส้นเก่งเก่งสักคนเพื่อรักษาบำบัดอาการปวดเมื่อยตามร่างกายนายดาบตำรวจจิตอาสาท่านนี้จึงน่าจะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ไม่ควรมองข้าม ชาวบ้านจากทั่วทุกสารทิศที่มีจำนวนไม่น้อยต่างเดินทางมายังป้อมตำรวจ ตำบลคลองพระยาบันลือ-สิงหนาถ ใน อำเภอลาดบัวหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา แห่งนี้ ที่ถูกใช้เป็นสถานที่นวดให้กับชาวบ้านแทบทุกวันเพื่อรับบริการนวดแผนไทยจากดาบตูนเนื่องจากพวกเขาชื่นชอบฝีมือการนวดของนายดาบตำรวจผู้คิดตั๋วนวดให้กับชาวบ้านโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย

ใครสนใจอยากใช้บริการหรือต้องการปรึกษาเกี่ยวกับอาการที่ตนเองเป็นอยู่สามารถเดินทางไปปรึกษาตลอดจนนวดบำบัดคลายความทุกข์ทรมาณกลับดาบตูนได้โดยสถานที่ให้บริการนวดจับเส้นกดจุดหยุดอาการเจ็บปวดตั้งอยู่ด้านหลังป้อมตำรวจ ตำบลคลองพระยาบันลือ-สิงหนาถ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งแม้จะเป็นป้อมสายตรวจเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ลาดบัวหลวง อำเภอลาดบัวหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยาแต่ก็ตั้งอยู่ห่างจากวัดเจดีย์หอย อำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี แค่เพียงประมาณ 2 กิโลเมตรเท่านั้น

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  บาคาร่าขั้นต่ำ 10 บาท

เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อ 40-50 ปีที่แล้ว มีชายคนหนึ่งเด็กเข้าเรียนมหาวิทยาลัย ที่จังหวัดแพร่ ตอนนั้นชายหนุ่ม ยังอยู่ปีที่ 1 ตอนนั้นชายคนนั้นอยู่ในหอในกับเพื่อนๆตอนนั้นก็ไม่เกิดอะไรขึ้นแต่ การเกิดเหตุน่าจะประมาณปีที่ 2  ชายคนนั้นเริ่มออกไปหาเหล้ากิน และไปกับรุ่นพี่ของมหาวิทยาลัยแห่งนี้ มันก็ปกติดีไม่มีอะไรเกิดขึ้นชายหนุ่มคนนั้นกินเหล้าอย่างสำราญจนลืมเวลาพอเขาหันไปดูนาฬิกาก็เห็นว่านี่มัน 22:00 นแล้ว

หลังจากนั้นเขาก็รีบ กินเหล้าให้เสร็จเร็วๆก็กลับหอไวไว ตอนนั้นกำลังประมาณตอน  22:00 น.ตอนที่ชายหนุ่มกำลังขับรถกลับหอได้ไปเจอชายชราขายไอติม อยู่แถวๆหอของเขา ชายหนุ่มคนนั้นจึงจอดรถและถามว่า”ทำไมยังไม่กลับอีกหรอครับลุงมืดค่ำป่านนี้” (แล้วเขาก็คิดเล่นๆว่าสงสัยเมาจนกลับไม่ไหว )

เพราะลุงคนนี้ชอบไปกินเหล้ากับเพื่อนที่ขายของเหมือนกันแต่ลุงคนนั้นก็ไม่ได้ตอบได้แต่ยิ้มและช่วนผู้ชายคนนั้นให้มาคุยด้วยเพราะว่าลุงเหงามากไม่มีเพื่อนคุยเลยเพื่อนของเขาก็กลับไปแล้วเขากำลังจะกลับบ้านพอดีมาคุยเป็นเพื่อนเขาหน่อยได้ไหม แต่ชายหนุ่มคนนั้นปฏิเสธเพราะเขาทั้งง่วงเมาเขาง่วงมากจนเกือบจะหลับคารถ “เขาจึงตอบว่าไม่เอาอะครับลุงผมง่วงแล้วขอนอนก่อนพรุ่งนี้ผมยังต้องไปเรียนอีกไว้ค่อยมาคุยกันวันหลังนะครับ ”หลังจากนั้นผมก็ขี่รถเข้าหอของผมไปเขาหลับปุ๋ยยังสบายใจไม่ได้คิดอะไรมาก  พอตอนเช้าผมก็ลุกขึ้นอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าและเตรียมตัว

ที่จะไปเรียนคนนั้นเดินออกจากหอประมาณ22:00 น พอกำลังจะเดินผ่านสามแยกก็เห็นเจ้าหน้าที่และพระยืนอยู่ตรงทางสามแยกชายหนุ่มจึงเข้าไปถามว่าเกิดอะไรขึ้นหรอพี่ เจ้าหน้าที่ว่าตอบว่าตรงนี้เป็นที่ของลุงขายไอติมแกเมามากจนขับรถชนเสาไฟฟ้าตาย ตอนประมาณ  19. 00 นของเมื่อวานน่าสงสารแกมากแกยังมีลูกชายที่ยังเป็นเด็กอยู่เลยน่าสงสารพที่แกไม่ได้เห็นลูกชายเขาโต “ชายหนุ่มคนนั้นบอกว่าแต่ผมคุยกับแกตอนประมาณ22:00 นอยู่เลยแกจะมาตายได้อย่างไร”แต่เจ้าหน้าที่และพระก็ยังยืนยันว่า แกตายจริงๆ

จึงได้นิมนต์พระมาทำพิธี เชิญวิญญาณของแกให้ไปสู่สุคติ ชายหนุ่มคนนั้นกลัวมากเขากลัวจนเกือบช็อคตายในใจเขาก็คิดว่าตายได้อย่างไร ตอนนั้นยังคุยกันอยู่เลยทำไมถึงตายได้และยังมาตายตอน 1 ทุ่มอีกชายหนุ่มคนนั้นกลัวมากจนสิ้น สติ   และหลังจากนั้นเป็นต้นมาก็ไม่เคยมีใครเห็นลุงขายไอติมอีกเลยและทุกๆวันชายหนุ่มคนนั้นจะมากรวดน้ำให้แก่ลุงขายไอติมตลอดเวลาจนเขาเรียนจบมหาวิทยาลัยเขาก็ยังทำไม่ลืม

 

 

สนับสนุนโดย  เว็บพนันบอลฝากขั้นต่ำ 100

       หากเรียกว่าท้าวสุรนารีหลายคนอาจจะยังไม่คุ้นหูแต่หากพูดถึงแม่ย่าโมแน่นอนว่าทุกคนย่อมรู้จักกันเป็นอย่างดีเพราะเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงที่เป็นที่นับถือของชาวเมืองจังหวัดนครราชสีมาถึงขนาดที่ชาวเมืองนครราชสีมานั้นได้มีการสร้างอนุสาวรีย์ของท้าวสุรนารีเอาไว้กันเลยทีเดียวซึ่งประวัติความเป็นมาของท่านนั้นแต่เดิมท่านมีนามว่า โม ซึ่งท่านเป็นคนจังหวัดนครราชสีมานั่นเองโดยบิดาของท่านชื่อนายกีบส่วนมารดาของท่านชื่อนางบุญมาซึ่งทั้งคู่ก็เป็นชาวจังหวัดนครราชสีมาเช่นเดียวกันหลังจากที่ท่านโตเป็นสาวท่านก็ได้แต่งงานกับปลัดเมืองนครราชสีมา

ซึ่งหลังแต่งงานแล้วท่านได้รับบรรดาศักดิ์มาเป็นคุณหญิงซึ่งคนจะรู้จักท่านในนามคุณหญิงโม ประวัติของคุณหญิงโมนั้นมีการเล่าขานถึงความเป็นหญิงที่เด็ดเดี่ยวเป็นผู้หญิงที่ฉลาดมีความกล้าหาญร่วมกันปกป้องบ้านเมืองประวัติของท่านเกิดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 3 ในสมัยของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวซึ่งในขณะนั้นเป็นปีพ.ศ 2365 ว่ากันว่าในปีดังกล่าวนั้นเวียงจันทน์ซึ่งขนาดนั้นถูกปกครองด้วยเจ้าอนุวงศ์ต้องการที่จะยกทัพเข้ามาตีกรุงเทพฯโดยในขณะนั้นเจ้าอนุวงศ์ได้ทำการก่อกบฏขึ้นและนำทัพจากเวียงจันทน์เดินทางไปกรุงเทพฯซึ่งจะต้องเดินทางผ่านเมืองนครราชสีมานี่

ก็คือโคราชของเรานั่นเองโดยระหว่างที่เจ้าอนุวงศ์ไม่มีการยกทัพใกล้จะมาถึงนครราชสีมานั้นเป็นช่วงจังหวะที่ 9 พระยาและพระยาปลัดของเมืองนครราชสีมาไปธุระที่ต่างเมืองไม่มีใครอยู่ที่เมืองทั้งคู่จึงทำให้ไม่ทราบเหตุมาก่อนว่าเจ้าอนุวงศ์มีการก่อกบฏแล้วกำลังจะผ่านมาทางนี้ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนั้นเจ้าอนุวงศ์เพื่อเดินทางผ่านไปทางไหนก็กวาดต้อนผู้คนชาวบ้านคุณหญิงคุณนายทั้งหลายให้มาเป็นเชลยของตนเองมาถึงเมืองนครราชสีมาทางคุณหญิงโมและคนอื่นๆก็ถูกกวาดต้อนไปเป็นเชลยเช่นเดียวกันดังนั้นเพื่อเป็นการช่วยเหลือชาวบ้านของตนเอง

คุณหญิงโมจึงได้มีการคิดอุบายขึ้นมาด้วยการประสานงานร่วมแรงร่วมใจกับชาวบ้านที่ถูกจับกุมเป็นเชลยทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นชายหรือหญิงด้วยการพยายามถ่วงเวลาไม่ให้ทับของพระเจ้าอนุวงศ์นั้นเดินทางไปถึงกรุงเทพฯเร็วโดยวิธีที่ผู้หญิงโมคิดขึ้นมานั้นเป็นการให้ชาวบ้านที่เป็นผู้หญิงพยายามมอมเหล้าทหารที่อยู่ภายใต้การดูแลของพระเจ้าอนุวงศ์หลังจากที่ทหารเมาเหล้าไม่ได้สติเชลยที่เป็นผู้ชายแต่ผู้หญิงต่าง

ก็ร่วมมือกันต่อสู้กับทหารลาวจนในที่สุดทหารภายใต้การบังคับการของพระเจ้าอนุวงศ์ก็พ่ายแพ้ให้กับกองทัพของคุณหญิงโมซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้เองพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงได้ตอบแทนคุณงามความดีของคุณหญิงโมด้วยการเปลี่ยนยศให้เป็นท้าวสุรนารีเพื่อเป็นการขอบคุณที่คุณหญิง ช่วยเหลือประเทศชาติและประชากรและยังเป็นการยกย่องให้เห็นถึงความรักชาติที่คุณหญิงโมมีให้กับประเทศชาติของเรา

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  ดูบอล

ในการนั่งขัดสมาธิ เราจะกลับสู่กิจกรรมเบื้องต้นของการสร้างอีกครั้ง การสร้างน่าจะมีสามแบบ แบบแรกคือการตระหนักในตัวเองหลังจากที่ปฏิบัติซาเซนเสร็จแล้ว เวลาที่นั่ง เธอจะไม่ได้เป็นอะไรเลย ไม่รู้แม้กระทั่งว่าเธอคือใคร แค่นั่งเท่านั้น แต่เมื่อเธอยืนขึ้นนั่นไงละ เธออยู่ที่นั่นแล้ว นี่คือขั้นแรกสุดของการสร้าง เมื่อเธออยู่ที่นั่น ทุกสิ่งทุกอย่างก็จะอยู่ที่นั่น ทุกอย่างถูกสร้างขึ้นทันทีทันใด เมื่อเธอเกิดขึ้นจากความไม่มีอะไร เมื่อทุกสิ่งทุกอย่างเกิดขึ้นจากความไม่มีอะไร เธอจะเห็นทุกสิ่งทุกอย่างสดใหม่ นี่คือการไม่ยึดติด

การสร้างแบที่สอง คือ เมื่อเธอทำหรือผลิตหรือเตรียมสิ่งใด เช่น อาหาร หรือชา การสร้างแบบที่สาม คือ การสร้างบางสิ่งบางอย่างจากภายในตัวเธอเอง เช่น ความรู้ วัฒนธรรม หรือศิลปะ หรือระบบอะไรบางอย่างสำหรับสังคมของเรา เพราะฉะนั้น สรุปว่าการสร้างมีสามแบบ แต่ถ้าเธอลืมแบบแรก ซึ่งเป็นการสร้างที่สำคัญที่สุด อีกสองแบบจะเหมือนกับเป็นเด็กที่ไม่มีพ่อแม่ และการสร้างทั้งสองแบบก็จะไร้ความหมายไปในที่สุด

ปกติแล้วทุกคนจะลืมซาเซน ทุกคนลืมพระเจ้า และพยายามอย่างหนักกับการสร้างแบบที่สองและสาม โดยที่ไม่มีพระเจ้าช่วย พระเจ้าจะทรงช่วยได้อย่างไรเล่า เมื่อพระองค์เองก็ไม่ทรงตระหนักว่าพระองค์คือใคร นี่คือเหตุผลว่าทำไมจึงมีปัญหามากมายในโลกนี้ เมื่อเราลืมต้นกำเนิดของการสร้างพวกเรา เราก็เหมือนเด็กที่ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรเมื่อเสียพ่อแม่ไป

ถ้าเธอเข้าใจทานปรัชญาปารมิตา เธอจะเข้าใจว่าพวกเราสร้างปัญหามากมายให้กับตัวเองอย่างไร แน่นอน การมีชีวิตคือการสร้างปัญหา ถ้าเราไม่ได้มาปรากฏในโลกนี้ พ่อแม่ก็ไม่ต้องมาลำบากกับเรา แค่เราโผล่ขึ้นมาเท่านั้น เราก็สร้างปัญหาให้กับพ่อแม่แล้ว แต่เอาเถอะ ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนสร้างปัญหาทั้งสิ้น

อย่างไรก็ตามคนมักจะคิดว่าถ้าตายไป ทุกอย่างก็จบ ปัญหาก็ได้หมดไป ทว่าการตายของเธอก็อาจสร้างปัญหาได้เช่นกัน ความจริงแล้ว ปัญหาของพวกเราครได้รับการแก้ไขหรือขจัดให้หมดไปในชาตินี้ แต่ถ้าเราตระหนักว่าสิ่งที่เราทำหรือสร้างขึ้นนั้นคือของขวัญจาก ฉันใหญ่ เมื่อนั้นเราจะไม่ยึดติดกับมัน และไม่สร้างปัญหาให้กับตัวเราเองหรือผ็อื่น

เดิมทีเราจะรวบตึงย่านคลาร์กคีย์เข้ากับซิตี้ฮอลล์ แต่หลังจากสำรวจอย่างละเอียดก็พบว่า คลาร์กคีย์และบริเวณโดยรอบนั้นมีดีอยู่พอตัว ไม่ว่าจะเป็นสวนสาธารณะฟอร์ตแคนนิงหรือย่านพิพิธภัณฑ์ จึงตัดสินใจซอยสารบัญ ขยำคลาร์กคีย์และย่านบริวารให้เป็นหนึ่งเดียว เหมาะเป็น One Day Trip สำหรับผู้ที่อยากแสวงหาความรู้ ธรรมชาติ และเสงสียามค่ำคืนไปพร้อมๆกัน

CLARKE QUAY ปัจจุบันช็อปเฮ้าส์และโกดังเก่าทั้งห้าบล็อกนี้ กลายเป็นศูนย์รวมความบันเทิง ร้านอาหารและบาร์เตมรูปแบบตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำสิงคโปร์ และตั้งชื่อตามผู้ปกครองเมืองคนที่สองคือ เซอร์แอนดรูว์ คลาร์ก Sir Andrew Clarke หากคุณแวะไปชมยามกลางวัน เธอจะดูเรียบร้อยและอ่อนหวาน แต่ถ้านัดเจอยามค่ำคืน จะกลายร่างเป็นสาวเปรี้ยว รักสนุก และเปิดเผยเชียวล่ะ

ผับ บาร์และร้านอาหารเป็นไฮไลต์ที่น่าตื่นตาของคลาร์กคีย์ เครื่องเล่นชวนเสียว G-MAX Reverse Bungy กับ GX-5 Extreme Swing ก็มีให้ลอง หรือ จะไปถ่ายรูปสวยๆที่ลานน้ำพุก็ยังได้ ยามเย็นขณะพระอาทิตย์กำลังตกดิน คลาร์กคีย์กับฉากหลังซึ่งเป็น เรือข้ามฟากเป็น A Must ที่ห้ามหลุดจากแผนเลยล่ะ ร้านนี้ต้องออกสถานี Clarke Quay ทางออก C แล้วก็เป็นสถานที่ที่เปิดทุกวัน แต่ที่นี่มีเวลาเปิดปิดที่ซอยย่อยหน่อย จันทร์ถึงพฤหัสบดี เปิดบ่ายหนึ่งถึงตีหนึ่ง วันศุกร์จะปิดช้ากว่าเป็นตีสอง วันเสาร์นั้นจะเปิดเที่ยงวันถึงตีสามเลย แล้ววันอาทิตย์จะปิดเร็วกว่าเป็นตีสอง

MCI (MINISTRY OF COMMUNICATIONS & INFORMATION) กระทรวงข่าวและข้อมูลของเมืองแห่งนี้รวบรวมงานดีไซน์ เทคโนโลยีสารสนเทศ สื่อประชาสัมพันธ์และอีกหลายอย่างไว้ให้ประชาชนได้ศึกษา บานหน้าต่างกว่าร้อยบานทาด้วยสีรุ้งสดใส ทำให้ดู ติสท์ ขึ้นมาทันที อาคารสไตล์นีโอคลาสสิกที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้นี้มีผู้คนแวะเวียนมาถ่ายรูปและโหลดลงเฟซบุ๊กกันอ่างมากมาย ชั้นหนึ่งของอาคารเปิดเป็นแกลเลอรี่งานศิลปะให้ชม แถมด้วยมุมเก๋กับร้านการแฟสงบน่านั่งอีกด้วย ร้านนี้ต้องออกสถานี Clarke Quay ทางออก C แล้วก็เป็นสถานที่ที่เปิดทุกวัน

 

 

สนับสนุนโดย  แทงบอลไม่มีขั้นต่ำ

นี่คืออุปกรณ์เสริมที่จะช่วยให้เราได้ภาพที่ดีขึ้นในบางสถานการณ์ ที่ผมอยากจะแนะนำให้ทุกคนควรจะมีไว้ ประโยชน์ของมันนั้นมากมายยิ่งนัก แต่หลักๆก็เพียงแค่การให้แสงสว่าง แต่ว่าแสงสว่างนี่แหละที่เป็นเรื่องสำคัญของการถ่ายรูปยังไงล่ะ เจ้าไฟ LED นี้มีอยู่หลายแบบนะ ทั้งแบบที่เสียบบนหัวกล้องได้ เป็นแบบ Portable เล็กๆพกกันง่ายๆ ซึ่งจะเป็นตัวที่ผมจะแนะนำให้หากันมา ส่วนอีกแบบนั้นเป็นแบบบ้องใหญ่ๆ ที่เป็นเหมือนไฟสปอร์ตไลท์ ซึ่งนั้นนี้ขอไม่นับเป็นของในกระเป๋ากล้องนะ เพราะมันยัดไม่ได้แน่ๆ หนึ่ง อีกทั้งส่วนมากจะเป็นแบบเสียบหัวกล้องไม่ได้ ต้องยึดกับขาตั้งกล้องเพื่อความมั่นคงนั้นเอง

แล้วมันเอาไว้ทำอะไร ก็เอาไว้จัดแสงให้กับตัวแบบ ที่ต้องเป็นการเป็นงาน แบบจัดได้ Real Time เลย ซึ่งใช้งานต่างจากแฟลชนะอย่าเอาไปรวมกัน ส่วนแบบตัวเล็กๆ หรือว่าใหญ่แต่เป็นแผ่นสามารถติดหัวกล้องได้ อันนั้นเป็นการพกพอเพื่อแก้ขัดสำหรับคนที่ไม่ได้พกแฟลชนั้นเอง

เจ้าหัวไฟ LED นี้เป็นของที่ใช้แก้ขัดของจริงเลยนะ เพราะว่าใครก็ตามที่ต้องการเจ้าตัวนี้มาใช้ทดแทนแฟลชเลยนั้น เป็นไปไม่ได้เลย อย่างที่บอกไป ความสามารถของ LED Portable แบบนี้ ไม่ถึงขั้นทดแทนแฟลชได้อย่างแน่นอน เพราะว่าแฟลชรุ่นใหญ่ๆนั้นเป็นอะไรที่รุนแรงมาก ถ้าจะใช้เป็นไฟทดแทนละก็ เรียกว่าต้องมีเป็นสปอร์ตไลท์เลยล่ะ แล้วมันจะยิ่งตัวใหญ่แล้วก็ยิ่งลำบากในการพกพากว่าแฟลชอีกด้วย เพราะฉะนั้นอย่าคิดจะเอามาทดแทนแฟลช แต่มันให้แสงสว่างในยามที่เราต้องการมันพอได้นะ แบบว่ามืดไปจนทำให้ชัตเตอร์ต่ำ เราก็สามารถนำมาส่องได้

และจะบอกว่าไม่จำเป็นที่จะต้องอยู่บนหัวกล้องนะ เพราะมันก็ไม่ได้ Sync อะไรกับตัวกล้องเลย มันเป็นเพียงไฟเฉยๆเลยนี่แหละ ไม่ต้องห่วงเลย แต่ว่าเวลาที่เราใช้ติดบนหัวกล้องนั้นจะทำให้ทำหน้าที่ใช้แก้ขัดแทนแฟลชได้อยู่ในระยะประมาณ ไม่เกินสามเมตร มันจะอ่อนเกินไป เปรียบเทียบง่ายๆคือการใช้ไฟจากมือถือนั้นแหละ เพียงแต่มือถือนั้นมีแสงที่ไม่กว้าง

เจ้าตัว LED ขนาดที่พอเหมาะจะให้แสงที่ดีกว่า รวมทั้งประโยชน์ของมันที่เกี่ยวข้องกับการถ่ายภาพอีกด้วย เช่นการใช้แทนไฟฉายในการเดินในที่มืด และที่ผมชอบที่สุดคือ เอาไว้ให้แฟนผมใช้แต่งหน้า ใช้ได้เลย มีประโยชน์เหลือเกิน แต่ว่าสิ่งที่ต้องระวังเกี่ยวกับการเลือกซื้อมันนะ ก็คือเรื่องของแบตเตอรี่ ถ้าเกิดว่าใช้ถ่าน ก็คงต้องเปลืองหน่อยแหละ แต่ถ้าเป็นแบบชาร์ตก็จะไม่เปลือง แต่หมดเร็วกว่าถ่านหน่อย แล้วก็ยังมีเรื่องของแบบแสงอีกนะ มีแบบเป็นสีขาวอย่างเดียว แบบสีเหลืองกับขาวที่ปรับระดับได้ และแบบเป็นสีเลย

ย่าเหลเป็น สุนัขพันธ์ทางสีขาว มีขนปุกปุย มีสีดำแต้ม หูตก เกิดที่เรือนจำในจังหวัดนครปฐม แต่ก่อนเป็นสุนัขของหลวงโพเคหะนันทร์ ตำแหน่งผู้คุมนักโทษ และในตอนนั้น รัชกาลที่๖ ทรงเป็นแค่พระบรมโอรสาธิราชได้เดินทางไปเยี่ยมเรือนจำ และได้เห็นสุนัขตัวนี้เข้า จึงเกิดความชอบ และผู้คุมเรือนจำจึงได้นำถวายให้แก่ พระองค์มา และทรงประทานชื่อให้ว่าย่าเหลซึ่งแปลว่ามิตรแท้

และทรงเลี้ยงมาตั้งแต่นั้น ด้วยความฉลาดของย่าเหลจึงเป็นที่โปรดปราณของรัชกาลที่๖ เป็นอย่างมาก ด้วยนิสัยจงรักถักดีต่อนายและเป็นสุนัขแสนรู้ เมื่อมีทหารแต่งกายมาถูกต้องหรือไม่ถูกระเบียบ ย่าเหลก็จะกัดบุคลนั้นทันที่ต่อหน้าพระองค์เลยก็ว่าได้ ซึ่งสร้างความอับอายต่อผู้ถูกกัดเป็นอย่างยิ่ง

ในบางครั้งที่พระองค์เสด็จออกไปไหน และไม่ได้นำย่าเหลไปด้วยก็จะถูกพวกมหาดเล็กบางคนที่จ้องจะทำร้ายก็มี และย่าเหลยังชอบออกหนีเที่ยวจนพระองค์ต้องให้ออกตามหาถึงหลายครั้ง จนต้องทำป้ายแขวนคอบอกว่าเป็นสุนัขของพระองค์ให้นำมาคืน ก็จะให้รางวัลแก่ผู้พามา และด้วยความที่ย่าเหลเป็นสุนัขที่ขี้ประจบ ประกอบกับทำหน้าที่เหมือนทหารรักษาพระองค์คนหนึ่ง จึงทำให้มีการไม่ชอบในตัวย่าเหลเป็นอย่างมาก

ถูกรอบสังหาร

ได้มีมหาดเล็กคนหนึ่งถูกไล่ออกไปเพราะไม่ซื่อสัตว์ และได้กลับเข้ามาในวัง แต่ย่าเหลได้กลิ่นจึงเข้าไปกัดและกระชากพาร่างมาเข้าเฝ้า แต่โชคดีที่มหาดเล็กคนนั้นไม่มีอาวุธอาไรมาด้วยจึงได้รับการปล่อยตัวไป และอยู่มาได้ไม่กี่เดือน ย่าเหลได้ตามเสด็จไปทอดกฐินที่วัด ราชบพิตร ย่าเหลได้ตามตัวเมียไป หรือถูกล่อด้วยตัวเมียไม่อาจทราบได้ ข้ามคลองไปยังสวนเชตถ์ข้างวังสราญรมย์ และไปถูกยิงตายที่นั่น

และไม่สามารถจับคนร้ายได้ จึงสร้างความเสียพระทัยให้แก่รัชกาลที่๖ เป็นอย่างมาก และโปรดให้แห่ขบวนศพไปยังวัดพระปฐมเจดีย์ และโปรดให้สร้างรูปหล่อด้วยทองเหลือเท่าตัวจริง และตั้งอนุสาวรีย์นี้ไว้ที่หน้าตำหนักชาลีมงคลอาสน์ และได้บรรจุกระดูกย่าเหลไว้ที่ใต้ฐานพร้อมคำกลอน ในพระราชวังสนามจันทร์

รูปปั้นของย่าเหลยังคงอยู่ที่พระราชวังสนามจันทร์ และได้มีการตั้งหีบบรรจุศพของย่าเหล ที่ลวดลายสวยงามให้ได้ชมกันในพิพิธภัณฑ์สถานพระปฐมเจดีย์ ถึงย่าเหลจะเป็นหมาข้างถนนแต่มีความจงรักภักดีต่อเจ้านายถึงตัวจะตายแต่ชื่อก็ยังอยู่ให้ลูกหลาน รู้ถึงความดีความซื่อสัตว์ของหมาที่มีต่อเจ้าของ

ในสมัยสมเด็จพระสรรเพชญ์ที่  8พระมหากษัตริย์พระองค์ที่ 2 ตอนปลายสมัยอาณาจักรอยุธยา  โดยพันท้ายนรสิงห์เป็นผู้ที่มีชื่อเสียงในทางด้านความซื่อสัตย์  หรือว่าอีกชื่อหนึ่งคือ พระเจ้าเสือนั่นเอง

โดยพันท้ายนรสิงห์ มีชื่อเดิมว่า สิน นั้นเป็นชาวบ้านนรสินห์ เป็นคนวิเศษชันชาญ และมีเมียชื่อ  นวล หรือว่าศรีนวล ได้รู้จักกับพระเจ้าเสือด้วยการแข่งขันการชกมวยไทยกัน เมื่อพระองค์แปลงองค์มาเป็นชาวบ้านธรรมดาและพระองค์ได้ทรงชอบอุปนิสัยใจคอของนาย สิน และต่อมานั้นนายท้ายเรือพระที่นั่งของพระเจ้าเสือ  ได้บรรดาศักดิ์ พัน  

   และเมื่อครั้งที่พระเจ้าเสือนั้นจะเสด็จโดยนั่งพระเรือพระที่นั่งเอกไชย  ประพาสเพื่อทรงเบ็ด ณ ปากน้ำเมืองสาครบุรี เมื่อเรือนั้นถึง ตำบล โคกขามนั้นซึ่งเป็นคลองที่คดเคี้ยวและมีกระแสน้ำที่เชี่ยวอย่างมาก  พันท้ายนรสิงห์ซึ่งถือท้ายเรือพระที่นั่งไม่มีความสามารถที่จะคัดเรือหรือว่าแก้ไขได้ทันจึงทำให้พระที่นั่งกระทบกับกิ่งไม้หักลงตกลงไปในน้ำ ซึ่งพันท้ายนรสิงห์นั้นได้กระโดดขึ้นฝั่งแล้วกราบทูลให้ลงพระอาญาตามที่กำหนดไว้ถึงสามครั้ง โดยครั้งแรกนั้นพระเจ้าเสือนั้นพระราชทานอภัยโทษเพราะเห็นว่าเป็นอุบัติเหตุสุดวิสัย

ส่วนครั้งที่สองก็ทรงสั่งให้สร้างปูนปั้นปลอมแล้วทรงตัดหัวรูปปั้นนั้นแทน  แต่ด้วยท้ายที่สุดนั้นก็ทรงตรัสและสั่งให้ประหารชีวิตพันท้ายด้วยการตัดหัวของพันท้ายนรสิงห์ตามคำขอในเวลาเช้าตรู่ ตรงกับวันขึ้น 9ค่ำเดือน 3 พ.ศ 2247 แล้วสร้างศาลไม้ขนาดเล็ก เป็นศาลไม้ในปัจุบัน หลังคานั้นมุงกระเบี้องดินเผาหางมลพื้นศาลนั้นยกเป็นไม้ 2 ชั้น มีเสารองรับ 6 เสา พร้อมกับหัวของพันท้ายนรสิงห์และโขเรือเอกไชยขึ้นตั้งไว้บูชาพร้อมกัน และในภายหลังพระเจ้าเสือได้ทรงให้พระยาราชสงคราม  ได้คุมไพร่พลจำนวนหนึ่งไปขุดคลองลัดคลองโคกขามที่คดเคี้ยวไปออกที่บริเวณแม่น้ำท่าจีน กว้าง 5 วา ลึก 6 ศอก

สร้างเสร็จในสมัยพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระ พ.ศ 2252 และทรงได้พระราชทานคลองนี้ว่า คลองสนามไชย และในเวลาต่อมานั้นเรียกว่า คลองมหาชัย และซึ่งในเวลาต่อมานั้นได้เรียกว่าคลองด่าน และในปัจจุบันนี้ชาวบ้านฝั่งธนบุรี เรียกชื่อว่า คลองด่าน 

 อุทยานประวัติศาสตร์พันท้ายนรสิงห์   เป็นอีกหนึ่งสถานที่ประวัติศาสตร์ และตอนนี้ตั้งอยู่ที่  ตำบลพันท้ายนรสิงห์ อำเภอสมุทรสาคร จังหวัด สมุทรสาคร ซึ่งเป็นอีกหนึ่งจุดที่เชื่อกันว่าพันท้านนรสิงห์นั้นถูกประหารชีวิตเพราะเนื่องจากศิลปากรร่วมร่วมด้วยโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ได้เจอท่อนไม้ท่อนหนึ่งที่ยาวราว 80 เซนติเมตรที่เชื่อว่าเป็นโขนเรือเอกไชยซึ่งมีร่องรอยเสียหาย และเชื่อกันว่าหน้าจะเป็นหลักประหารชีวิตพันท้ายนรสิงห์  และยังมีศาลเจ้าแม่ศรีนวล ผู้ที่เป็นเมียของพันท้ายนรสิงห์และมีรูปเหมือนของพระเจ้าเสือ และพันท้ายนรสิงห์ที่กราบทูลพระราชทานอาญาโทษประหารชีวิต