ศาสนาศิลปะและความเชื่อ

ศาสนาศิลปะและความเชื่อ

ศาสนาศิลปะและความเชื่อ งานศิลปะต่างๆมักมาคู่กับความเชื่อ ไม่ว่าจะเป็นการทำงานเพื่อถวายตัวเองให้กับความเชื่อนั้น หรือแม้แต่จะเป็นบางคนหรือบางลัทธิสร้างความเชื่อของตัวเองขึ้นมา การเปลี่ยนแปลงและการเรียนรู้รูปแบบของการทำงานศิลปะในยุคปัจจุบันมีการพัฒนาและมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ โครงสร้างของการทำงานหรือการส่งต่อรูปแบบของความเชื่อต่างๆเหล่านี้ช่วยงานศิลปะมีการเติบโต

และมีการพัฒนาที่เพิ่มมากยิ่งขึ้นอย่างไรก็ตามในยุคปัจจุบันต้องยอมรับว่ารูปแบบในการพัฒนาโครงสร้างในการทํางาน ที่มีการเปลี่ยนแปลงและมีความพยายามจะพัฒนารูปแบบต่างๆเหล่านี้ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ในยุคปัจจุบันยังมีการพัฒนารูปแบบต่างๆเหล่านี้ให้มีประสิทธิภาพทางความคิดต่างๆ มนุษย์มีความต้องการในการส่งเสริมทางด้านความเชื่อรูปแบบต่างๆ

หรือแม้แต่จะเป็นการสร้างลักษณะที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ ค่อนข้างมาก รูปแบบในการแสดงศิลปะต่างๆจึงมีความแตกต่างกันมีความเคร่งเครียดที่ค่อนข้างไม่เหมือนกัน เพราะทุกๆศาสนาหรือทุกๆความเชื่อนั้นก็มีความต้องการในการที่ให้รัฐที่ของตัวเองมีการเผยแพร่ ไปไหนอีกสถานที่อื่น

อย่างที่รู้กันว่าส่วนใหญ่งานศิลปะต่างๆที่เกี่ยวกับศาสนาจะขึ้นอยู่กับอดีตอนาคต และปัจจุบัน ที่ส่งผลไปถึงการแสดงออกชีวิตการเคลื่อนไหวการต่อสู้ต่างๆรวมไปถึงที่มากที่สุดนั่นคือความตายของมนุษย์ และยังมีในส่วนของชีวิตหลังความตาย ศาสนาต่างๆคือการที่มนุษย์มีความต้องการในการยึดเหนี่ยวจิตใจจากความกลัวหรือแม้แต่จะเป็นความไม่รู้ของตัวเอง

แต่อย่างไรก็ตามในยุคปัจจุบันที่มนุษย์มีการสืบค้นข้อมูลต่างๆหรือแม้แต่จะเป็นศาสนาต่างๆที่มีจำนวนที่เพิ่มมากยิ่งขึ้น จึงทำให้ผู้คนส่วนใหญ่สามารถเข้าถึงรูปแบบทางความคิดที่ดีได้มากยิ่งขึ้น การเปลี่ยนแปลงทางความคิดหรือการพัฒนาประสิทธิภาพต่างๆของผู้คนในยุคปัจจุบันจึงมีการเปลี่ยนแปลงและมีการพัฒนาให้ดีมากยิ่งขึ้นอย่างไรก็ตามในยุคปัจจุบันต้องยอมรับว่างานศิลปะต่างๆหรือโครงสร้างในการพัฒนารูปแบบของความเชื่อของผู้คนแต่ละยุคก็มีลักษณะที่ค่อนข้างแตกต่างกันและมีความละเอียดอ่อนทางอารมณ์และความรู้สึก 

รูปแบบทั้งความรู้สึกของงานศิลปะจึงมีการที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ในยุคปัจจุบันเราสามารถเข้าถึงในส่วนของงานศิลปะต่างๆได้อย่างดีมากยิ่งขึ้น การเรียนรู้การปรับเปลี่ยนหรือแม้จะเป็นโครงสร้างการลักษณะของงานศิลปะที่มีลักษณะเหมือนจริงหรือ Real ลิซึ่ม ก็จะมีลักษณะอยู่ ซึ่งสิ่งต่างๆนี้เองสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อรูปแบบต่างๆที่มีความเกี่ยวเนื่องกับศิลปะ

มนุษย์มีการพัฒนาลักษณะของศิลปะเพื่อส่งต่ออยู่ตลอดเวลา ในยุคที่ศิลปะมีการเฟื่องฟูเกี่ยวกับทางด้านงานศาสนานั้นก็คือยุคคริสเตียน ซึ่งเป็นยุคที่ผู้คนมีความใช้ทางด้านความเชื่อศาสนาต่างๆเข้ามารวมกับงานศิลปะจึงทำให้งานศิลปะในยุคนั้นเกี่ยวเนื่องกับพระคัมภีร์ไบเบิลค่อนข้างมากไม่ว่าจะเป็นตัวละครต่างๆในไบเบิล หรือแม้แต่จะเป็นกิจกรรมต่างๆของพระเจ้าหรือพระเยซู นี่จึงเป็นอีกหนึ่งรูปแบบทำความเชื่อของมนุษย์ที่มีความต้องการในการเผยแพร่ศาสนาหรือไม่จึงมีความเกี่ยวเนื่องของรูปแบบในการใช้งานต่างๆของศาสนาและงานศิลปะควบคู่กันไป 

 

สนับสนุนโดย.    ทางเข้า UFABET ภาษาไทย

การเปลี่ยนแปลงของงานศิลปะ

การเปลี่ยนแปลงของงานศิลปะ

การเปลี่ยนแปลงของงานศิลปะ  คุณสามารถศิลปะและวัฒนธรรมเป็นสิ่งหลอมรวม ผู้คนในปัจจุบันได้รับการศึกษาในรูปแบบต่างๆและกำลังพัฒนาโครงสร้างความรู้ที่แตกต่างกันไปเป็นเรื่องราวในยุคแห่งการพัฒนาและการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้เข้าถึงได้ง่ายขึ้น ในส่วนของการพัฒนางานต่างๆในโครงการเปลี่ยนแปลงและพัฒนานำความคิดริเริ่มต่างๆ เครื่องมือต่างๆในการทำงานนะคะมากมายตัวอย่างเช่นศาสนามีความต้องการในการเผยแพร่ลัทธิของตัวเอง หรือชุดความคิดต่างๆก็จะมีการผลิตสื่อต่างๆสำนักงานศิลปะมากๆ ไม่ว่าจะเป็นเพลง บทสวด สถาปัตยกรรมต่างๆ

รูปวาดภาพเขียนหรือแม้แต่จะเป็นในส่วนของการผลิตวรรณกรรมวรรณคดีต่างๆบทนิยายต่างๆนิทานอีสป รูปแบบต่างๆในประเทศไทยที่มีความต้องการในการเผยแพร่ศาสนาต่างๆยังคงมีการดึงในส่วนของงานศิลปะต่างๆเข้ามาพัฒนาเป็นเครื่องมือในการทำงานต่างๆมากมาย รูปแบบงานต่างๆเหล่านี้จึงเป็นเครื่องไม้เครื่องมือของผู้คนต่างๆในทุกยุคทุกสมัยในการทำรูปแบบงานต่างๆโดยเฉพาะวัฒนธรรมที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาจึงมีผลกระทบที่ทำให้งานศิลปะ

ยังคงมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องศิลปินต่างๆที่เดินทางไปตามสถานที่ต่างๆเพื่อสะสมประสบการณ์ หรือประเภทต่างๆที่จะผลิตงานที่มี Message ส่งให้กับผู้รับสาร บางครั้งเราอาจจะเห็นรูปแบบงานที่เป็นศิลปะประยุกต์ หรือศิลปะที่ผสมผสานระหว่างรูปแบบงานในสถานที่ต่างๆ

การเปลี่ยนแปลงและการพัฒนาโครงงานสิ่งประดิษฐ์ต่างๆเหล่านี้ยังคงมีการถูกสร้างสรรค์งานใหม่ๆขึ้นมาเรื่อยๆ อย่างไรก็ตามยังคงไม่มีการเปิดกล้องมาในประเทศไทยที่การศึกษาต่างๆจะคงถูกเผยแพร่และถ่ายทอดออกมาในรูปแบบต่างๆมากมาย

การขับเคลื่อนและการพัฒนาของศิลปะในประเทศไทยจำเป็นจะต้องมีการขับเคลื่อนอย่างมากเพราะการเติบโตที่หยุดนิ่งต่างๆเหล่านี้หรือขอบเขตการจำกัดข้อมูลต่างๆ หรือเครื่องไม้เครื่องมือต่างๆที่ทำให้งานไฟฟ้าถูกจำกัดพื้นที่ ก็เป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่ง การเรียนรู้และการพัฒนาของเสียเหล่านี้ทำให้การเปิดกว้างของการหลอมรวมของเสียต่างๆมากมายไม่ว่าจะเป็นวัฒนธรรมความคิดต่างๆถึงแม้จะเป็นโครงสร้างในการเรียนรู้รูปแบบต่างๆ การเปลี่ยนแปลงและการพัฒนาของวัฒนธรรมความคิดต่างๆยังคงมีการนำรูปแบบทางความคิดของผู้คนมากมาย

นำมาประยุกต์ของสิ่งต่างๆมากมายโดยเฉพาะในยุคปัจจุบันที่มีผู้เสพงานศิลปะเป็นจำนวนมากโดยเฉพาะการเติบโตของ ยกออนไลน์ซึ่งระบบต่างๆไม่ว่าจะเป็นระบบในการเชื่อมโยงข้อมูลต่างๆการอัพโหลดรูปภาพ ถึงแม้จะเป็นการหาเรนจ์ในการทำงานต่างๆก็ค่อนข้างมีการพัฒนาที่เพิ่มขึ้น จึงเป็นสิ่งที่ตอบสนองให้ศิลปินต่างๆได้มีการพัฒนารูปแบบงานใหม่ๆ

และปรับเปลี่ยนโครงสร้างในการทำงานใหม่ๆมากยิ่งขึ้นรูปแบบงานจะมีการเปิดกว้างและมีการพัฒนา บางครั้งเราจึงได้เห็นรูปแบบงานใหม่ๆที่ถูกผลิตขึ้นมาจากการเรียนรู้รูปแบบของเสียตังค์มากมายและหยิบเอาประเด็นต่างๆเข้ามาพัฒนารูปแบบในการทำงานให้มีลักษณะใหม่มากยิ่งขึ้น

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.  gclub สมัครสมาชิก

การเสาะแสวงหาประวัติศาสตร์แห่งงานศิลปะ

การเสาะแสวงหาประวัติศาสตร์แห่งงานศิลปะ

การเสาะแสวงหาประวัติศาสตร์แห่งงานศิลปะ การค้นหารูปแบบในการทำงานใหม่ๆโดยการนำเสนอโครงสร้างใหม่ๆของการทำงานต่างๆเป็นเรื่องที่น่าสนใจอย่างมาก อย่างที่รู้กันว่ารูปแบบในการทำงานต่างๆหรือการสร้างสรรค์ผลงานทุกยุคทุกสมัยก็มีลักษณะและการทำงานที่ต่างกันออกไปอย่างไรก็ตามนี่จึงเป็นบทบาทที่สำคัญอย่างยิ่งที่นักโบราณคดีในยุคปัจจุบันมีการสืบค้นข้อมูลต่างๆในการดำเนินชีวิตของชุมชน

หรือผู้คนทั้งด้านสังคมต่างๆของมนุษย์ยุคก่อนเป็นการเปลี่ยนแปลงหรือการบันทึกโครงสร้างทางประวัติศาสตร์มากมายอย่างไรก็ตามผู้คนต่างๆให้ความสนใจในการแสดงออกทางความคิดเห็น ในยุคปัจจุบันก็มีลักษณะในการดำรงชีวิตมากมายที่บ่งบอกถึงว่ามนุษย์ต้องการในการสร้างสรรค์ผลงานหรือแม้แต่จะเป็นการปรับปรุงโครงสร้าง

ซึ่งมีเทคนิคมากมายในการสร้างสุนทรียภาพ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างสุนทรียภาพด้วยอักษรต่างๆที่ถูกประดิษฐ์หรือถูกคิดค้นขึ้นมา รวมไปถึงการเขียนภาพ เนื้อหาต่างๆหรือเสียงดังๆรวมไปถึงวรรณคดีมากมาย การเปลี่ยนแปลงของทุกแบบทำงานศิลปะในยุคปัจจุบันก็มีรูปแบบมากมายที่แสดงออกถึงว่างานศิลปะต่างๆที่มีการพัฒนาและมีการปรับเปลี่ยนอยู่เสมอ มีการค้นพบรูปแบบในการทำงานใหม่ๆ

ซึ่งในยุคปัจจุบันเราเห็นได้ว่าการสร้างสรรค์ผลงานหรือการแสดงออกถึงโครงสร้างในการทำงานใหม่ๆซึ่งเป็นบทบาทที่สำคัญอย่างยิ่งในการเปลี่ยนแปลงรูปแบบในการทำงาน ประวัติศาสตร์ต่างๆคือการจดบันทึกเรื่องราวหรือแม้จะเป็นการนำเสนอโครงสร้างทางการทำงานดังกล่าว ไม่มนุษย์มีการเปลี่ยนแปลงและมีการพัฒนาทางด้านแนวคิดสร้างคุณค่าในการทำงานใหม่ๆขึ้นมาเรื่อยๆ

ลักษณะสำคัญอย่างยิ่งที่ในยุคปัจจุบันทำให้งานศิลปะต่างๆมีการพัฒนาและมีการปรับเปลี่ยนนั้นก็คือรูปแบบแนวคิดต่างๆหรือแม้แต่จะเป็นการนำเสนอผลการดำเนินงานการเจาะให้เห็นถึง จิตใจของผู้คนหรือศิลปินต่างๆ อย่างที่รู้กันว่าในประวัติศาสตร์อุปกรณ์ต่างๆเช่น Notebook คอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆในยุคปัจจุบันยังไม่มี

ผู้คนในยุคนั้นก็จะใช้ไม้ หิน หรือวัสดุที่ทำจากธรรมชาติมาทำงานศิลปะทั้งสิ้นไม่ว่าจะเป็นงานแกะสลักหน้าถ้ำเครื่องใช้เครื่องปั้นดินเผานี่คือสิ่งที่บ่งบอกว่ามนุษย์แต่ละยุคก็มีการพัฒนาทางด้านงานศิลปะของตัวเอง โดยเฉพาะในยุคปัจจุบันก็ยังมีการศึกษาเรื่องราวที่เกิดขึ้นในยุคนั้นๆเป็นการเรียนรู้เพื่อเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการทำงาน เพราะในยุคปัจจุบันการสร้างสรรค์ผลงานนะครับวันนี้สามารถสร้างสรรค์ง่ายมากยิ่งขึ้นโดยเฉพาะสิ่งที่มีความเจริญขึ้นสังคมที่มีความเจริญมากยิ่งขึ้น

หรือแม้จะเป็นผู้คนก็ตาม ที่มีแนวคิดหรือว่ามีการสัมผัสได้ถึงลักษณะของงานศิลปะต่างๆซึ่งในยุคปัจจุบันสถานที่ในการค้นหารูปแบบทางงานศิลปะก็มีมากมาย ไม่ว่าจะเป็นแกลอรี่ที่ถูกสร้างขึ้นของเอกชนมากมาย หรือแม้จะเป็นหอศิลปะแห่งชาติที่นำเสนอผลงานของงานศิลปะมากมายของจิตรกรที่มีความต้องการในการสร้างสรรค์ผลงานหรือว่าแสดงออกทางความคิดเห็นของตัวเอง 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย    ทางเข้า ufabet ภาษาไทย

การเข้าถึงงานโดยใช้โซเชียล

การเข้าถึงงานโดยใช้โซเชียล

การเข้าถึงงานโดยใช้โซเชียล หอศิลปะแห่งชาติในปัจจุบันได้รับความนิยมอย่างมากของวัยรุ่นมากมายซึ่งสามารถเข้าถึงงานศิลปะต่างๆเพิ่มมากยิ่งขึ้น การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างหรือการพัฒนาสภาพสังคมในตอนนี้ช่วยงานประติมากรรมมีการพัฒนาและมีการปรับปรุงในรูปแบบอื่นอีกมากมายส่งผลให้ในยุคปัจจุบัน โครงสร้างจิตใจของมนุษย์มีการพัฒนาอยู่ตลอดเวลาเพราะมนุษย์มีความต้องการในการรับรู้เรื่องราวต่างๆทางด้านสุนทรียภาพ

ไม่ว่าจะเป็นการรับรู้ด้วยเสียง ด้วยรสหรือสัมผัสอื่นๆ นี่คือทำให้งานเสร็จต่างๆมีการปรับปรุงและมีการพัฒนารูปแบบต่างๆมีการเติบโตโครงสร้างในการใช้ชีวิตของผู้คนอย่างไรก็ตามในยุคปัจจุบันต้องยอมรับว่าโครงสร้างในการใช้ชีวิตของผู้คนมีการพัฒนาในแง่มุมต่างๆมากมาย การปรับปรุงโดยใช้เทคโนโลยีต่างๆ

เข้ามาช่วยเสริมโครงสร้างในการพัฒนาจิตใจผู้คนในยุคปัจจุบันการแตกต่างๆเหล่านี้ช่วยให้เทคโนโลยีต่างๆหรือโครงสร้างในการใช้ชีวิตต่างๆควรมีการพัฒนาและปรับปรุงเพิ่มมากขึ้น ในยุคปัจจุบันระบบเทคโนโลยีหรือโครงสร้างในการทำงานต่างๆที่มีการเปลี่ยนแปลงในการพัฒนาช่วยให้ผู้คนสามารถเข้าถึงระบบเทคโนโลยีต่างๆโดยการปรับปรุงโครงสร้างหรือการสร้างสรรค์งานประติมากรรมงานภาพวาดหรือไม่ได้เป็นเนื้อหาต่างๆในยุคปัจจุบันก็มีการเติบโตและมีการพัฒนาที่เพิ่มมากยิ่งขึ้น

อุปกรณ์หรือเครื่องมือเครื่องมือในการทำงานต่างๆก็มีการพัฒนาและมีการปรับปรุงรูปแบบในการใช้ชีวิตของผู้คนในยุคปัจจุบันจึงมีการพัฒนาในรูปแบบอื่นอีกมากมายโครงสร้างในการทำงานศิลปะหรือแม้แต่จะเป็นในส่วนของการศึกษาเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของงานศิลปะ ทำให้เราสามารถเข้าถึงงานศิลปะอื่นอีกมากมายในยุคปัจจุบันก็มีรูปแบบในการศึกษาเรื่องราวหรืองานศิลปะในรูปแบบอื่นไม่ว่าจะเป็นในส่วนของการจัดแสดงงานเกี่ยวกับบริษัทงานศิลปะต่างๆ

เปลี่ยนแปลงโครงสร้างและการพัฒนางานศิลปะต่างๆมีการพัฒนาและมีการปรับปรุงอยู่ตลอดเวลาโดยเฉพาะการศึกษาในช่วงเวลาหรือการพัฒนารูปแบบต่างๆในยุคปัจจุบันนี้จึงทำให้ผู้คนสามารถเข้าถึง โครงสร้างหรือความคิดของผู้คนในแต่ละยุคสมัยใดโดยเฉพาะในยุคปัจจุบันที่รูปแบบในการใช้ชีวิตของผู้คนมีการเปลี่ยนแปลงและมีการพัฒนาให้มีความรวดเร็วมากยิ่งขึ้นการเข้าถึงงานศิลปะอื่นๆหรืองานเก่าจึงเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่ง ในยุคปัจจุบันการเติบโตของงานศิลปะ

โดยการเปลี่ยนแปลงในโซเชียลมีเดียทำให้ผู้คนส่วนใหญ่สามารถเข้าถึงการจัดผ่านง่ายมากขึ้นหรือแม้แต่จะเป็นจิตรกรเองก็สามารถส่งต่อหรือแม้จะเป็นแนวคิดการศึกษาของตัวเองไปสู่ผู้อื่น การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการรับรู้เรื่องราวต่างๆมาใช้งานศิลปะต่างๆที่มีการเติบโตและมีการพัฒนาที่เพิ่มขึ้นโดยเฉพาะการใช้โซเชียลมีเดียให้เกิดประโยชน์สูงสุดจึงทำให้ในยุคปัจจุบันการปรับปรุงโครงสร้างในการใช้ชีวิตในแง่มุมต่างๆมีการเปลี่ยนแปลงและมีการพัฒนาอยู่เสมองานศิลปะต่างๆคือการถ่ายทอดแนวคิดจิตวิญญาณ และในยุคปัจจุบันการเผยแพร่งานเซลล์ต่างๆจะช่วยให้ผู้คนมีการเข้าถึงในรูปแบบต่างๆหรืออื่นๆอีกมากมาย 

 

สนับสนุนโดย.    gclub ฝากขั้นต่ำ 20

ตำนานTitanoboa

ตำนานTitanoboa

ตำนานTitanoboa ซึ่งเราต้องบอกก่อนเลยว่าคนส่วนใหญ่ในปัจจุบันพวกเรามักจะคิดว่ามนุษย์เป็นสัตว์ที่ภูมิปัญญาแล้วครอบครองโลกได้แต่เพียงผู้เดียวแต่จริงๆแล้วมันไม่ใช่เพราะว่าในอดีตหลายล้านปีก่อนบนโลกของเราเต็มไปด้วยสัตว์ที่มีขนาดยักษ์สุดที่จะจินตนาการได้ปหมดเลยและพวกมันก็ได้ครอบครองโลกใบนี้มาก่อนหน้าเรามาแล้วหลายล้านปี

โดยหลักฐานที่จะยืนยันว่าพวกมมันเคยมีชีวิตแล้วก็ปกครองโลกใบนี้อยู่ก่อนเรานั่นก็คือซากฟอสซิลที่ได้หลงเหลือเอาไวให้เราได้ศึกษากันในปัจจุบันนี้นั่นเองถึงแม้ว่าในปัจจุบันนี้เราอาจจะรู้จักกับสัตว์ดึกดำบรรพ์หลายชนิดแล้วก็ตามแต่มันก็ยังเป็นไปได้ที่ยังมีบางชนิดที่ร่างกายของมันได้ถูกย่อสลายจนไม่เหลือซากฟอสซิลหลงเหลือเอาไว้ให้เราศึกษาหรือว่าบางชนิดเราก็ยังไม่ค้นพบซากฟอสซิลของมัน

นอกจากนี้ที่หนักไปกว่านั้นพวกมันอาจจะซ่อนตัวอยู่ที่ไหนสักแห่งก็เป็นได้วันนี้เราจะพาไปทำความรู้จักกับTitanoboaโดยเจ้าTitanoboaมนุษย์เราพึ่งจะรู้จักเมื่อไม่นานมานี้จากการที่นักวิทยาศาสตร์ได้ไปค้นพบฟอสซิลที่เป็นลักษณะคล้ายกับกระดูกสันหลังของงูที่มีขนาดใหญ่

เมื่อปีพ.ศ.2547ที่ผ่านมานี้เองและจุดที่ค้นพบก็จะอยู่ในเหมืองถ่านหินที่ประเทศโคโลเนียและซากฟอสซิลชิ้นนี้ก็ได้ถูกส่งไปยังสถาบันมินิโซ เรียนในปานามาก่อนที่จะถูกส่งต่อไปที่พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ธรรมชาติรัฐฟลอริดาที่สหรัฐอเมริกานั่นเอง

โดยหลังจากที่ทีมนักวิจัยเขาได้ทำความสะอาดและได้ทำการศึกษาวิจัยซากฟอสซิลอย่างละเอียดกลุ่มนักวิทยาศาสตร์ก็ได้พบว่าซากฟอสซิลชิ้นนี้เป็นของงุที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่มนุษย์เคยรู้จักกันมา

ซึ่งจากบรรดางูที่ยังมีชีวิตอยู่ในปัจจุบันนี้งูหลามจะเป็นงูที่มีขนาดยาวที่สุดในโลกโดยได้มีสถิติยาวที่สุด10เมตรด้วยกันส่วนงูอนาคอนด้าเขียวนี้ถือว่าเป็นงูที่มีน้ำหนักมากที่สุดในโลกสถิติหนักสุดอยู่ที่ประมาณ250กิโลกรัมแต่ทว่าซากฟอสซิลกระดูกสันหลังที่ค้นพบชิ้นนี้ระบุว่างูตัวนี้มีความยาว12.8เมตรและยังมีน้ำหนักถึง1,135กิโลกรัมเลยทีเดียวจากขนาดมโหราฬนี่แหละจึงเป็นที่มาของชื่อมันนั่นก็คือTitanoboa

ดังนั้นแล้วหากจะให้แปลลงตัวก็จะหมายความว่างูหลามยักษ์นั่นเองจากข้อมูลที่นักวิทยาศาสตร์นักศึกษาเจ้าTitanoboaถือว่าเป็นนักล่าแห่งยุคดำดำบรรพ์ที่มีความน่ากลัวเอามากๆเลยเพราะว่าลำตัวของมันนักวิทยาศาสตร์คาดการณ์ว่ามันน่าจะยาวได้ถึง15เมตรเลยทีเดียวและน้ำหนักของมันอาจจะหนักได้ถึง1,500กิโลกรัมเลยทีเดียว

 

 

สนับสนุนโดย.    ufabet เว็บแม่

ขงจื๊อทำไมถึงมีลูกศิษย์

ขงจื๊อทำไมถึงมีลูกศิษย์

ขงจื๊อทำไมถึงมีลูกศิษย์ ขงจื๊อ ไม่ได้เป็นคนที่ได้เปรียบอะไรจากระบบเก่าขงจื๊อไม่ได้ปกป้องระบบเก่าเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของตัวเองแต่ว่าด้วยความที่เขาต้องการความสงบทำให้หันกลับไปหาอุดมการณ์ทางการเมืองในยุคโบราณ

ซึ่งได้เป็นในยุคสงบสุขในตำนานเลยจริงๆจะว่าไปแล้วขงจื๊อน่าจะเป็นldealismเป็นนักอุดมคติมากกว่าที่จะเป็นนักอนุรักษ์นิยมจีนในสมัยโบราณถูกปกครองภายใต้ระบบเจ้าขุนมูลนายการเรียนหนังสือและการเล่นการเมืองเป็นสิทธิสำหรับชนชั้นสูงเท่านั้นสามัญชนและทาสต้องทำงาน เช่น ทำนาหรือทอผ้าให้ชนชั้นปกครองไปจนวันตาย แต่เมื่อได้มาถึงยุคชุนชิว เทคโนโลยีการผลิตได้พัฒนาขึ้นไม่จำเป็นที่จะต้องใช้คนทำนาเยอะหรือว่าไม่จำเป็นต้องใช้คนทอผ้าเยอะๆอย่างเมื่อก่อนอีกแล้ว

ซึ่งคนทั่วไปก็เลยสามารถเรียนหนังสือได้ทำธุรกิจได้ไม่ต้องถูกควบคุมให้อยู่ติดที่และทำงานให้กับเจ้านายจนตายอีกต่อไปทำให้คนไปมาหาสู่ระหว่างเมืองมากขึ้นในขณะเดียวกันพวกเจ้านายก็ต้องการที่มีความสามารถมากขึ้นเพื่อมาบริหารบ้านเมืองต้องการนโยบายที่ดีต้องการกลยุทธ์เจ๋งๆต้องการคนที่มีแนวความคิดที่ดีทำให้ไม่ว่าจะเป็นชนชั้นสูงหรือสามัญชนก็สามารถที่จะเสนอความคิดเห็นต่อปัญหาบ้านเมืองได้

ในสมัยนี้จึงได้มีหลายๆลัทธิปรัชญาเกิดขึ้นมาขงจื้อก็เป็นหนึ่งในนักปรัชญาหลายๆคนที่เกิดขึ้นในสมัยนี้และจริงๆแนวคิดของเขาก็ถือได้ว่าเป็นแนวที่ไม่ถูกใจชนชั้นปกครองเท่าไหร่เพราะในยุคนั้นเจ้านายแต่ละคนก็เพียงต้องการอำนาจต้องการที่จะชนะสงครามแต่ว่าวิธีการปกครองที่ขงจื๊อเสนอคือการปกครองด้วยคุณธรรมตั้งกฎระเบียบขึ้นมาและให้สังคมทำตามกฎระเบียบนั้นและไม่เพียงสอนให้ชนชั้นล่างนับถือชนชั้นสูงแต่ก็ยังแน้นย้ำว่าผู้ปกครองก็ต้องทำตัวเป็นตัวอย่างที่ดี

คอยสอนให้ประชาชนทำตามกฎระเบียบและบ้านเมืองก็จะได้สงบสุขและมันก็เป็นสิ่งที่พวกเจ้านายอยากจะได้ชีวิตทางการเมืองของขงจื๊อก็เลยลำบากนิดนึงไปที่ไหนเจ้าเมืองก็ไม่อยากจะเรียกใช้แม้จะไม่ประสบความสำเร็จในการทำงานด้านการเมือง

ขงจื๊อเขาก็มีชื่อเสียงในทางด้านจริยธรรมมีคนอยากจะคุยอยากจะเรียนกับขงจื๊อมากมายหลักการสอนของขงจื๊อนั่นก็คือไม่ว่าจะเกิดเป็นชนชั้นใดไม่ว่าจะรวยหรือจะจนทุกคนก็ได้มีสิทธิเท่าเทียมกันในการได้รับการศึกษาเขาจึงได้มีลูกศิษย์มากมายกว่า3,000คนแล้วก็ยังได้เป็นอาจารย์ที่ได้รับความเคารพนับถืออย่างมาก ขงจื๊อได้เดินทางระหว่างนครรัฐต่างๆกว่า10ปีเพื่อค้นหาเจ้านายสักคนที่จะยอมรับวิธีการปกครองโดยคุณธรรมของเขา

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย.  ufabet เว็บแม่

ประวัติเศรษฐีพันล้าน

ประวัติเศรษฐีพันล้าน

                ประวัติเศรษฐีพันล้าน เรื่องราวของผู้ชายคนหนึ่งที่ชื่อว่า  ศิริวัฒน์   วรเวทวุฒิคุณ ซึ่งในขณะนี้มีอายุ 71 ปีแล้ว    ปัจจุบันเขาเป็นเจ้าของกิจการขายแซนวิชที่มีการเปิดขายแฟรนไชส์โดยแซนด์วิชของเขานั้นราคาเพียงแค่ 30 บาทต่อชิ้นเท่านั้น  แน่นอนว่าประวัติตำนานของนายศิริวัฒน์ นั้นเชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินกันมาบ้างแล้ว  เพราะในขณะนี้เขาคือคนดังคนหนึ่งที่นักข่าวนั้นได้ไปขอสัมภาษณ์จากการที่เขานั้นเคยล้มเหลวแล้วกลับมาประสบความสำเร็จใหม่อีกครั้งหนึ่ง

           สำหรับเรื่องราวของนาย ศิริวัฒน์  ในอดีตเขาเคยเป็นมหาเศรษฐีคนหนึ่งซึ่งมีเงินในบัญชีเป็นพันๆล้านเขามีอสังหาริมทรัพย์มากมายมีบ้านและมีคอนโดสำหรับเอาไว้ขายและยังมีการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์เขาเล่นหุ้นรวมถึงยังมีเงินไปซื้อที่ที่เขาใหญ่เก็บไว้อีกมากเรียกได้ว่าเขาคือมหาเศรษฐีอย่างแท้จริง  ในอดีตนั้นหากใครที่ได้ยินชื่อเสียงของเขาต้องรู้จักเขาเป็นอย่างดีก็ควรจะให้ความเคารพกับไหว้เขาแต่หลังจากที่เศรษฐกิจของประเทศไทยมีปัญหาในช่วงภาวะวิกฤตต้มยํากุ้งทำให้  นาย  ศิริวัฒน์   ได้รับผลกระทบอย่างหนักวิกฤตในครั้งนั้นทำให้เขานั้นถูกฟ้องเป็นบุคคลล้มละลายซึ่งในตอนนั้นตรงกับช่วงปีพุทธศักราช 2540   

         เขาเล่าเหตุการณ์ในครั้งนั้นว่าเขามีลูกน้องทั้งหมด 40 คนด้วยกันจากสถานการณ์เศรษฐกิจของเขาในตอนนั้นทำให้ลูกน้อง 20 คนลาออกจากงานแต่ยังคงเหลือลูกน้องอีก 20 คนที่ยังขอยืนหยัดอยู่สู้กับเขาซึ่งในตอนนั้นเองรู้สึกสิ้นหวังมากแต่เมื่อหันมาเจอลูกน้องอีก 20 คนที่ฝากไว้ชีวิตไว้โต๊ะนึงต้องหาทางช่วยเหลือตัวเองและลูกน้องให้ผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้ดังนั้นเขาจึงได้ปรึกษากับภรรยาของเขาในการที่จะลงทุนทำธุรกิจต่อไปอย่างไรดี

         เพราะในขณะนั้นเขาไม่สามารถทำอะไรได้เลยเนื่องจากว่าเงินทั้งหมดที่เขามีอยู่ทรัพย์สินของเขาทั้งหมดที่มีอยู่ถูกยึดไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วและก็ยังมีหนี้สินที่ติดกับธนาคารอีกหลาย 10 ล้านบาทซึ่งในที่สุดภรรยาของเขาก็แนะนำให้เขานั้นได้ทำธุรกิจขายแซนวิช  โดยธุรกิจของเขานั้นเริ่มต้นจากการที่ภรรยาของเขาเป็นผู้ทำแซนวิชขึ้นมาและตัวของเขาเองกับลูกน้องก็พากันไปยืนขายตามข้างถนนโดยขายแซนวิชในราคาเพียงชิ้นละแค่ 30 บาทเท่านั้น

       ซึ่งจากธุรกิจนี้เองทำให้ปัจจุบันเขามีรายได้เข้ามาสามารถเลี้ยงตนเองและสามารถเลี้ยงลูกน้องได้โดยในครั้งแรกนั้นเมื่อมีการขายแซนวิชแล้วไม่หมดแซนวิชเหล่านั้นจะถูกนำมาเป็นอาหารให้พวกเขาและลูกน้องได้กินและถ้าหากเหลือก็จะนำไปบริจาคตรามูลนิธิต่างๆซึ่งนอกจากเขาจะได้เงินจากการขายแซนวิชแล้วเขายังได้บุญจากการนำเสนอไปบริจาคอีกด้วยปัจจุบันนี้รายได้จากการขายแซนวิชของเขานั้นดีขึ้นมากและเขายังมีการเปิดแฟรนไชส์อีกหลายที่ซึ่งถ้าหากใครที่ตกงานและไม่มีงานทำก็สามารถมารับชนิดของร้านเขาไปขายได้

           โดยนาย  ศิริวัฒน์   มีแนวความคิดว่าคนเราถ้าหากมีใจสู้ก็จะสามารถผ่านพ้นวิกฤตไปได้ถึงแม้ว่าคนคนนั้นจะเคยร่ำรวยล้นฟ้ามากแค่ไหนแต่ถ้ารู้จัก ยอมรับและไม่อายทำกินว่างานที่ทำนั้นเป็นงานเล็กน้อยเขาเชื่อว่าทุกคนจะสามารถผ่านพ้นไปได้ซึ่งเขามองว่าพิษเศรษฐกิจที่มาจากปัญหาไวรัสโควิดนั้นก็ไม่ได้รุนแรงหรือแตกต่างจากวิกฤตตอนต้มยำกุ้งมากเท่าไหร่เพราะสุดท้ายแล้ว หากไม่เลือกงานทุกคนย่อมมีทางออกให้กับตนเองได้อย่างแน่นอน

 

สนับสนุนโดย.  สล็อต เว็บตรงไม่ผ่านเอเย่นต์

ตำนานวันสาทจีน

ตำนานวันสาทจีน

ตำนานวันสาทจีน ตำนานความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องของเทศกาลวันสารทจีนว่าในสมัยอดีตกาลนั้นมีชายผู้หนึ่งซึ่งเขาเป็นชาวจีนชื่อว่า มู่เหลียน โดยเขาเป็นคนที่นับถือในพระพุทธศาสนาเป็นอย่างมากแต่ตรงข้ามกับมารดาของเขาที่เป็นคนไม่นับถือในพระพุทธศาสนาและไม่ชอบพวกนักบวชหรือนักพรตแต่อย่างใดมีอยู่วันหนึ่งมารดาของมู่เหลียน ต้องการที่จะกลั่นแกล้งพวกนักพรตทั้งหลายจึงได้ออกอุบายให้  มู่เหลียน  ไปเชิญเหล่านักพรตเหล่านั้น

มากินข้าวที่บ้านโดยระบุว่าจะมีการเลี้ยงอาหารเหล่านักบวชและนักพรตทุกๆคนซึ่ง  มู่เหลียน   เองก็ไม่ได้เอะใจอะไรคิดว่ามารดาต้องการเลี้ยงข้าวข่าวนักพรตจึงได้มีการเชิญเหล่านักพรตทั้งหลายมากินข้าวที่บ้านนั่นเองซึ่งอาหารที่มารดาของ มู่เหลียน  ทำให้นักพรตกินนั้นมีส่วนประกอบที่เป็นเนื้อสัตว์ซึ่งเป็นของต้องห้ามสำหรับนักบวชดังนั้นเมื่อมารดาของ มู่เหลียน  เสียชีวิตลงจึงทำให้เธอนั้นต้องไปชดใช้กรรมด้วยการตกนรกขุมที่ลึกที่สุดในก็คือตกอยู่ในนรกชั้นที่ 8 นั่นเองส่วนทางด้าน มู่เหลียน 

เมื่อมารดาเสียชีวิตไปได้สักระยะหนึ่งแล้วเขาเกิดความคิดถึงมารดาจึงได้มีการถอดกายทิพย์ลงไปเยี่ยมมารดาที่เมืองนรกจึงทำให้รู้ว่าตั้งแต่มารดาของเขาเสียชีวิตไปแล้วนั้นวิญญาณของมารดาของเขาไม่สามารถที่จะกินอาหารที่มีการอุทิศส่วนกุศลไปให้ได้เลยเขาจึงพยายามที่จะมีการนำอาหารไปป้อนให้กับมารดาของเขาแต่ก็ถูกเหล่าสัมภเวสีต่างๆที่อยู่แถวนั้นที่ไม่มีอาหารการกินมาแย่งกินไปหมดซึ่งเขาไม่รู้จะทำอย่างไรจึงได้มีการร้องขอกับพระพุทธเจ้าให้ช่วยเหลือโดยระบุว่าตนเองนั้นจะขอรับผิดชอบบาปที่มารดาของตนเองนั้นกระทำแทนทั้งหมด

โดยจะยอมตกนรกไปแช่ตัวในกระทะทองแดงแทนแม่ของตนเอง แต่พระพุทธเจ้าทรงสอนกับมู่เหลียน ว่า บุญและบาปนั้นไม่สามารถที่จะทดแทนกันได้หากใครทำบุญไว้ก็จะได้บุญโอนให้คนอื่นไม่ได้ในขณะเดียวกันหากใครทำบาปไว้ก็จะต้องชดใช้กรรมให้คนอื่นมาชดใช้กรรมแทนไม่ได้แต่พระพุทธเจ้าก็ทรงสอนให้กับ มู่เหลียน  ช่วยเหลือมารดาของเขาด้วยการที่ให้คัมภีร์ชนิดหนึ่งแก่ มู่เหลียน 

ซึ่งคัมภีร์ดังกล่าวนั้นชื่อว่าคัมภีร์ อิ๋ว หลันเผิน ซึ่งคัมภีร์นี้หากมีการสวดต่อเนื่องก็จะสามารถทำการเรียกเหล่าบรรดาเซียนทั้งหลายมาช่วยให้มารดาของมู่เหลียน พ้นจากทุกข์ดังกล่าวได้และที่สำคัญการสวดคัมภีร์นี้จะต้องทำเป็นประจำอย่างต่อเนื่องและทุกปีซึ่งทุกครั้งที่มีการสวดคัมภีร์นี้ทางด้านมู่เหลียน ก็จะต้องมีการนำอาหารมาถวายตรงประตูนรกเป็นประจำทุกปีซึ่งต้องตรงกับวันที่ประตูนรกเปิดโดยการทำเช่นนี้จะสามารถช่วยให้แม่ของมู่เหลียน พ้นโทษได้นั่นเอง  ซึ่งนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาก็เหมือนกับการเป็นประเพณี

อย่างต่อเนื่องที่จะต้องมีการทำแบบนี้ทุกๆปีและคนจีนรวมถึงคนไทยเชื้อสายจีนก็มักจะทำตามจากการที่ปู่ย่าตายายพาทำซึ่งในวันสารทจีนนั้นจะต้องมีการไหว้ผลไม้ 5 อย่างรวมถึงว่ายอาหารคาวอีก 5 อย่างและยังต้องมีการเผากระดาษเงินกระดาษทองไปให้กับบรรพบุรุษที่เสียชีวิตไปแล้วนั่นเอง

 

สนับสนุนโดย  ufabet เว็บหลัก

ตำนานเกี่ยวกับพญานาค

ตำนานเกี่ยวกับพญานาค

      ตำนานเกี่ยวกับพญานาค หากพูดถึงเรื่องของพญานาคนั้นคนไทยมีความเชื่อและนับถือพญานาคมาอย่างช้านานโดยไม่สามารถบอกได้ว่าความเชื่อนี้มีมาตั้งแต่เมื่อไหร่แต่ตั้งแต่ก่อนมีพระพุทธศาสนาเกิดขึ้นก็มีความเชื่อเรื่องของพญานาคมากันแล้ว

        ลักษณะของพญานาคในความคิดของคนนั้นก็คือจะเป็นสัตว์เลื้อยคลานที่มีลักษณะรูปร่างใหญ่โตคล้ายงูแต่มีขนาดใหญ่กว่าหมูมากบริเวณส่วนหัวนั้นจะมีหงอนและแน่นอนว่าพญานาคนั้นสามารถที่จะพ่นพิษหรือว่าพ่นไฟได้ที่สำคัญพญานาคในความเชื่อของคนไทยนั้นเชื่อกันว่ามีหลายสีขึ้นอยู่กับว่าพญานาคตนนั้นบำเพ็ญบุญบารมีมามากน้อยแค่ไหน

      ที่อยู่ของพญานาคนั้นตามโบราณมีการเชื่อกันว่าจะอยู่ในถ้ำบาดาลซึ่งอยู่บริเวณใต้น้ำซึ่งในปัจจุบันนี้คนไทยยังคงมีการเชื่อกันว่าทุกวันนี้ยังคงมีพญานาคที่ใช้ชีวิตอยู่ในเมืองบาดาลโดยแม่น้ำที่พญานาคอาศัยอยู่นั้นจะอยู่ตรงบริเวณแม่น้ำโขงซึ่งเป็นแม่น้ำขนาดใหญ่เป็นแม่น้ำขวางกั้นระหว่างประเทศไทยและประเทศลาว

      ในทุกๆปีผู้คนมักจะเดินทางไปที่จังหวัดที่ติดกับริมแม่น้ำโขงเพื่อไปดูปฏิหารที่เกิดขึ้นในช่วงวันออกพรรษาเนื่องจากว่าในทุกๆปีจะมีปรากฏการณ์ลูกไฟลอยขึ้นจากกลางแม่น้ำโขงซึ่งชาวบ้านเชื่อกันว่ารูปไฟดังกล่าวนั้นคือลูกไฟที่พญานาคมีการพ่นขึ้นไปบนท้องฟ้า 

         โดยตามความเชื่อในทางพระพุทธศาสนานั้นมีการเชื่อว่าการที่พญานาคออกมาพ่นไฟกลางแม่น้ำโขงในวันออกพรรษานั้นก็เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสที่เป็นวันออกพรรษาซึ่งวันดังกล่าวนั้นจะเป็นวันที่พระพุทธเจ้าเสด็จลงมาจากสรวงสวรรค์หลังจากที่พระองค์นั้นขึ้นไปบนสรวงสวรรค์เป็นระยะเวลานานถึง 3 เดือน

        ดังนั้นเรามักจะเห็นว่ารูปปั้นของพญานาคนั้นมักจะมีให้เห็นอยู่เต็มไปหมดทุกจังหวัดในประเทศไทยโดยรูปปั้นส่วนใหญ่นั้นมักจะเห็นตรงบริเวณพื้นที่ของเขตวัดเนื่องจากมีความเกี่ยวพันต่อเนื่องกับเรื่องของพระพุทธศาสนานั่นเองอย่างไรก็ตามว่ากันว่าพญานาคนั้นมีอิทธิฤทธิ์ร้ายแรงสามารถบันดาลฝนและความแห้งแล้งมายังโลกมนุษย์ได้ที่สำคัญพญานาคสามารถที่จะแปลงกายเป็นคนได้

         ซึ่งมีตำนานเกี่ยวกับพญานาคแปลงกายเป็นคนออกมาเล่าสู่ให้ลูกหลานรุ่นใหม่ได้ฟังกันหลายเรื่องเลยทีเดียว  และความเชื่อเกี่ยวกับพญานาคนั้นยังมีความเกี่ยวพันไปถึงพญาครุฑโดยมีการเล่าถึงเรื่องราวของต้นกำเนิดของพญานาคและพญาครุฑว่าที่จริงแล้วทั้งคู่เป็นพี่น้องกันแต่เนื่องจากว่าชอบทะเลาะกันจึงทำให้พญานาคกับพญาครุฑในความเชื่อของคนไทยนั้นคือคู่อริกันที่เมื่อเห็นกันก็มักจะทะเลาะและทำลายซึ่งกันและกันนั่นเอง

 

สนับสนุนโดย    แทงบอลออนไลน์ ภาษาไทย

ตำนานไกรทอง

ตำนานไกรทอง  

ตำนานไกรทอง หากพูดถึงไกรทอง ทุกคนย่อมนึกถึงจังหวัดพิจิตร เพราะเป็นจังหวัดที่มีชื่อในนิทาน ตำนานพื้นบ้านของไทย

ซึ่งไกรทองคือคนที่เก่งสามารถปราบจระเข้ได้ เนื่องจากที่จังหวัดพิจิตรนั้นเป็นจังหวัดที่มีจระเข้เยอะมาก ถึงขนาดที่มีฉายา เรียกกันเลยว่า เมืองจระเข้  ซึ่ที่พิจิตรมี

ตำนานเล่าขานเป็นนิทานพื้นบ้านเล่าให้เด็กๆได้ฟังสืบต่อกันมาหลายชั่วอายุคนแล้ว เกี่ยวกับ เรื่องเล่าของจระเข้ ที่ออกอาละวาดกินผู้คนที่อยู่อาศัยริมแม่น้ำเมืองพิจิตร จนในที่สุดก็มีคนเก่ง มากความสามารถมาปราบมันลงได้

ซึ่งเรื่องเล่าเกี่ยวกับจระเข้ นั้มันมีชื่อว่า ชาลาวัน ซึ่งเป็นจระเข้น้ำจืด เป็นจระเข้ยักษ์ขนาดใหญ่ เป็นถึงเจ้าแห่งจระเข้ทั้งหมด ซึ่งเรื่องเล่าบอกว่า จระเข้ชาลาวัน นั้นมีการบำเพ็ญตะบะจนแก่กล้า มันสามารถแปลงร่างเป็นคนได้

และที่อยู่ของมันนั้นจะอยู่ใต้เมืองบาดาล เป็นถ้ำใต้น้ำ แต่ด้วยจระเข้ชาลาวัน มีนิสัยเป็นอันธพาล จึงมักจะกลายร่างขึ้นมาจับผู้คนกินเป็นอาหาร และมันมักจะมาลอยคออยู่ในแม่น้ำพิจิตร มีอยู่วันหนึ่งขณะที่จระเข้ชาลาวันออกมาหาอาการกินตามปกติมันได้ลอยคอมาที่หน้าบ้านหลังหนึ่ง

ซึ่งบ้านหลังดังกล่าวเป็นบ้านของมหาเศรษฐี ของจังหวัดพิจิตรเลยก็ว่าได้

ซึ่งที่บ้านหลังนี้จะมีลูกสาวของมหาเศรษฐีอยู่ด้วยกันสองคน ชื่อว่าตะเภาแก้ว และอีกคนหนึ่งชื่อว่า ตะเภาทอง ซึ่งทั้งสองสาวนั้นเป็นสาวสวยแห่งเมืองพิจิตรเลยทีเดียว ซึ่งขณะที่สองสาวคนสวยแห่งเมืองพิจิตรกำลังเล่นน้ำอยู่ ปรากฎว่าชาลาวันผ่านมาพอดีและเมื่อเห็นสองสาวกำลังเล่นน้ำก็เกิดอยากได้ไปเป็นเมีย

ซึ่งชาลาวันได้ตัดสินใจนำตัวตะเภาทองซึ่งเป็นลูกสาวคนเล็กของมหาเศรษฐีไปไว้ที่เมืองบาดาลด้วย ในตอนแรกชาลาวันพยายามจีบตะเภาทองแต่นางไม่เล่นด้วย จนในที่สุดชาลาวันจึงได้สะกดจิตให้นางตะเภาทองกลายเป็นเมีย ทางด้านพ่อของตะเภาทองก็เสียใจมากที่ลูกสาวถูกจระเข้คาบไปและด้วยความโกรธแค้นคิดว่าจระเข้กินลูกสาวของตัวเองไปแล้ว

จึงได้ประกาศหาคนเก่งมาปราบจระเข้ตัวดังกล่าวโดยมีรางวัลเป็นทรัพย์สมบัติและลูกสาวคนโต มีหลายคนเดินทางมาปราบชาลาวันแต่ไม่มีใครปราบได้ จนในที่สุดไกรทอง ซึ่งเป็นคนหนุ่มที่หน้าตาดีและยังเก่งเรื่องวิชาอาคม โดยเฉพาะวิชาปราบจระเข้ ได้มาทำการปราบชาลาวัน

และสามารถฆ่าชาลาวันได้ อีกทั้งยังลงไปใต้เมืองบาดาลและนำตะเภาทองกลับขึ้นมาและคลายมนต์สะกดให้ได้อีกด้วย มหาเศรษฐีจึงได้มอบรางวัลให้ตามทีรับปากและยังมีของแถมเป็นตะเภาทองให้แต่งงานเพิ่งอีกคนด้วย ซึ่งเรื่องเล่านี้เป็นตำนานที่โด่งดังในจังหวัดพิจิตรเลยทีเดียว

 

สนับสนุนโดย  www.ufabet.com ลิ้งเข้าเว็บไซต์คะ