สำหรับเรื่องราวของตึก15ชั้นในจังหวัดนครปฐมที่อยุ่ในมหาวิทยาลัยดังที่นครปฐมเริ่มมีเรื่องราวเกิดขึ้น มาอย่ามากมายหลัง ตำนานตึกหลอนทับป่าช้าเก่า จากได้เกิดเหตุนักศึกษาปี5ที่ได้เสียชีวิมาเมื่อปี2562นั่นเอง

โดยจากคำบอกเล่าจากปากของอาจารย์เองก็ได้บอกว่าลูกศิษย์คนนี้เป็นคนที่เรียนดีมากๆเลยแต่ว่าไม่มีเงินที่จะจ่ายค่าเทอมนั่นเองจนทำให้เขาเรียนจบไม่ทันเพื่อนๆมันอาจจะเป็นสาเหตุที่อาจจะทำให้เขาเกิดอาการเครียดกับตัวเองจึงเกิดอาการคิดสั้นที่ต้องจบชีวิตตัวเอง

เมื่อวันที่28สิงหาคมพ.ศ.2562ได้มีข่าวรายงานว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจในจังหวัดนครปฐมได้รับแจ้งมีเหตุมีคนกระโดดตึก15ชั้นในมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในจังหวัดนครปฐมตำรวจก็ได้รีบขับรถไปที่เกิดเหตุและได้สอบถามคนที่พบเห็นเหตุการณ์คือคุณลุงวิเชียร์อายุประมาณ45ปี

ซึ่งลุงวิเชียรได้กล่าวว่าในระหว่างนั้นตนก็ได้นั่งทำงานไม้อยู่ด้านใต้ของตัวตึกจากนั้นไม่นานตนก็ได้ยินเสียงเหมือนกับมีของได้ตกลงมาจากที่สูงอย่างแรงคุณลุงเลยรีบวิ่งออกไปดูด้วยความสงสัยปรากฏว่าภาพที่คุณลุงเห็นอยู่ต่อหน้านั้นเป็นเด็กนักศึกษาในมหาวิทยาลัยแห่งนี้

นอกจากนั้นคุณลุงวิเชียรก็ได้ประสานงานกับเจ้าหน้าที่จากนั้นรถกู้ภัยก็ได้วิ่งเข้ามาพร้อมกับทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นทำการปั้มหัวใจเพื่อจะยื้อชีวิตของนักศึกษาคนนี้ท้ายที่สุดแล้วหน่วยกู้ภัยไม่สามารถที่จะยื้อชีวิตหนุ่มนักศึกษาคนนี้เอาไว้ได้

ดังนั้นได้มีอาจารย์ท่านหนึ่งที่ได้เป็นประธานการจัดการในสาเขโลจิสติกส์ท่านได้กล่าวว่าโดยปกติแล้วหนุ่มผู้เสียชีวิตเป็นคนที่มีนิสัยร่าเร่งมีการเรียนดีแอบติดเกมและไม่ได้ลงเรียนมาสองเทอมแล้ว

เนื่องจากว่าหนุ่มคนนี้ไม่เงินพอที่จะจ่ายค่าเทอมจึงไม่สามารถที่จะออกไปฝึกงานจนทำให้ไม่จบการศึกษาไปพร้อมกับเพื่อนๆนั่นเอง

โดยได้มีการสรุปผลได้ว่านี่อาจจะเป็นที่มาของการคิดตัดสิ้นใจปิดชีพฆ่าตัวตายนั่นเองและหลังจากที่ได้เกิดเรื่องนี้ขึ้นมาได้สักระยะหนึ่งก็ได้มีบุคคลได้ออกมาแสดงความคิดเห็นที่เกี่ยวกับตึก15ชั้นในที่เกิดเหตุแห่งนี้พื้นที่แห่งนี้ได้เคยเป็นสถานที่ป่าช้าเก่ามาก่อนโดยผู้ที่ได้แสดงความคิดเห็นได้บอกว่าเขาได้เคยเป็นศิษย์เกาในมหาวิทยาลัยแห่งนี้และยังเคยเจอเรื่องราวที่แปลกประหลาดในลิฟแห่งนี้อีกด้วย

นอกจานนี้เขายังได้กล่าวอีกว่าลิฟนั้นจะเปิดเองอยู่ที่ชั้น6โดยที่ไม่มีใครกดอีกทั้งยังได้มีเรื่องราวในอดีตที่ได้ยินรุ่นพี่บอกกล่าวมาในช่วงเย็นจะมีคนเห็นคนปีนตึกและได้ทำการกระโดลงมาจากตึกทำแบบนี้อยู่บ่อยครั้ง

 

สนับสนุนโดย.  gclub ฟรีสปิน

Uluru  ประเทศออสเตรเลีย 

       สถานที่ที่แปลกของโลก  โขดหินสีแดงขนาดมหึมากว้างใหญ่ไพศาลกว่าเกาะ   ตั้งอยู่ใจกลางประเทศออสเตรเลียขนาดนั้นเราว่าชนเผ่าผู้อยู่อาศัยกำลังจะตายเนื่องจากสภาพอากาศกลางทะเลทรายอันร้อนแรงแสงอาทิตย์สาดบดบังเมฆน้ำระเหยแห้งเหือดหมดมนุษย์จึงสวดอ้อนวอนเทพแห่งสายฝนและด้วยความเมตตาเธอจึงสัญญากับทุกคนว่าจะสร้างทะเลสาบอันกว้างใหญ่

ซึ่งแสงแดดจะไม่ส่องถึงจึงปล่อยสายฝนกระหน่ำจะกลับเกิดการเติบโตของก้อนหินยักษ์กลางทะเลทราย ท่ามกลางความสงสัยของชนเผ่าแต่สุดท้ายก็ต้องหนักได้ถึงกระบวนการทางธรรมชาติว่าแท้จริงแล้วนั้นโขดหินอุลูรูเกิดจากปริมาณน้ำฝนจำนวนมากที่ไหลและแทรกตัวอยู่ในพื้นทรายก่อตัวกันด้านบนดินทรายจากรากลึกให้ผุดขึ้นสู่ท้องฟ้าหรืออีกนัยหนึ่งก็คือทะเลสาบที่ถูกแปรสภาพนั้นเอง 

   Cave of Crystals ประเทศ 

      เม็กซิโก Cave of Crystalsประกอบด้วยกลุ่มคริสตัลธรรมชาติที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกสุกสว่างด้วยลำแสงจากแร่ยิปซัมซึ่งยาวถึง 36 ฟุตในตำนานเล่าว่าชาวนาผู้ยากจนคนหนึ่งได้ช่วยชีวิตเด็กหญิงซึ่งกำลังจะจมน้ำ แล้วก็พบว่าเธอไม่ใช่เด็กหญิงธรรมดาแต่กลับเป็นเทพธิดาแห่งดวงดาวเหมือนฟ้ามาโปรดชาวนาเทพธิดามอบของตอบแทนเป็นคริสตัลอันล้ำค่าจำนวนมหาศาลชาวนานั้นดีใจอย่างล้นเหลือและด้วยความกลัวว่าใครจะมาขโมยไปเขาจึงขอร้องให้เธอช่วยซ่อนสมบัติของเขาไว้ในถ้ำลึกห่างไกลจากสายตาผู้คน

เมื่อเวลาผ่านไปชาวนาผู้นั้นแก่ตัวลงและความจำเริ่มเลอะเลือนจนกระทั่งมาถึงวันสุดท้ายของชีวิตเขาเขาถึงเรียกญาติทุกคนมาเพื่อจะบอกเรื่องสำคัญนี้แต่ว่าความทรงจำของเขากลับไม่มีเหลือ Crystal เหล่านั้นจึงถูกฝังไว้ในถ้ำนี้ตลอดกาล 

   Blue Hole  ประเทศ Belize  

        Blue Hole หลุมสีฟ้าที่ใหญ่ที่สุดในโลกเป็นหลุมลึกกลางทะเลและเป็นหนึ่งในเขตดำน้ำที่มหัศจรรย์ที่สุดในโลก ตำนานเล่าว่าย้อนกลับไปเมื่อครั้งโลกถูกปกคลุมด้วยน้ำแข็งมีกลุ่มเสือเขี้ยวโง้งอาศัยอยู่ในแอ่งถ้ำลึกซึ่งเสือใช้เป็นหลุมหลบภัยจากศัตรูร้ายและกลายเป็นที่พำนักจากรุ่นสู่รุ่น จากนั้น 1 ปีสัตว์ป่าอื่นๆผ่านมาเตือนพวกเสือถึงภัยทะเลที่กำลังจะมาถึงให้ย้ายถิ่นฐานแต่ไม่เป็นผลเสียเที่ยวงกไม่เชื่อคำลือต่างๆและมั่นใจในความปลอดภัยและแข็งแรงของถ้ำต่อมาด้วย

อุณหภูมิที่สูงขึ้นสัตว์น้อยใหญ่จึงตื่นตระหนกและพากันวิ่งหนีกันวุ่นวายเสือใหญ่เงยหน้ามองจากถ้ำและนึกขำไม่ใส่ใจกับเหตุการณ์ต่างๆ แล้วยังอาศัยอยู่ในถ้ำตอบจนกระทั่งวันหนึ่งมาถึงคราวเคราะห์คลื่นยักษ์จากมหาสมุทรถาโถมเข้าจ่ายและท่วมมิดแห่งถ้ำที่พวกเสืออาศัยอยู่ ภายในเวลาไม่กี่วินาทีทำให้เสียเที่ยวงงทุกชีวิตถูกกลืนกินไปกับน้ำทะเลภายใต้หลุมแห่งนี้ 

 

สนับสนุนโดย.  รวม ทางเข้าเล่น sboet

ประวัติเกี่ยวกับสมัยรัชกาลที่6 สำหรับเรื่องนี้ได้เป็นเรื่องเล่าในสมัยรัชกาลที่6ครั้งนั้นพระองค์ได้ทรงประทับอยู่ที่ตําหนักจิตรลดารโหฐานเรื่องเล่าก็ได้มีอยู่ว่าวันหนึ่งรัชกาลที่6ท่านได้ต้องการเสด็จไปงานศพของพระญาติผู้หนึ่งที่เป็นลูกของรัชกาลที่4บางทีก็บอกว่าเป็นงานแต่งก็สรุปแล้วท่านจะเสด็จไปงานไหน

ซึ่งทั้งสองเหตุการณ์รัชกาลที่6ก็ต้องออกไปงานโดยรถส่วนพระองค์และทุกๆครั้งเวลาที่พระองค์ต้องการที่จะใช้รถพระองค์ก็จะไปขึ้นรถที่จุดนัดพบตรงพระที่นั่งอัมพรสถานและในคืนนั้นก็เช่นกันท่านก็ได้เสด็จไปจากพระตำหนักไปที่จุดนับพบนี้เองเพื่อที่จะขึ้นรถ

โดยเป็นการเสด็จมาเพียงพระองค์คนเดียงและในระหว่างที่กำลังจะเดินไปที่จุดนัดพบท่านก็ได้เห็นกับผู้บังคับการทหารรักษาวังที่ชื่อว่า นายพันโท จะหมื่นฤทธิ์ ได้เป็นทหารที่พระองค์ทรงโปรดปรานและก็สนิทสนมด้วยอย่างมากมายืนทำความเคารพอยู่คนเดียว

เมื่อรัชกาลที่6ได้เห็นและก็ทรงแปลกใจว่าทำไมถึงมาอยู่เฝ้าตรงจุดนี้ทำไมไม่ไปยืนตรงจุดนับพบแล้วมาคนเดียวแบบนี้จะมีเรื่องอะไรมาบอกพระองค์เป็นการส่วนตัวหรือเปล่าแต่ทว่าคนนั้นก็ไม่มีทีท่าว่าจะถวายหนังสือกราบบังคงทูลเรื่องอะไรเลยอีกอย่างหนึ่งก็คืองานที่จะไปวันนั้นก็ไม่ได้เป็นงานที่ต้องแต่งตัวแบบจัดเต็มแล้วคนในงานเขาก็มีการบอกให้ทุกคนแต่งเสื้อสีขาว

นอกจากนี้นายทหารผู้นี้กลับได้แต่งตัวมาเต็มยศเลยบางเรื่องก็บอกว่าพระองค์ทรงเดินมาถึงจุดนัดพบที่มีทหารทั้งหลายมารอรับเสด็จพระองค์ก็ทรงทอดพระเนตรเห็นทหารทุกคนแต่ว่ามีนายทหารผู้นี้แหละกับแต่งตัวสะเต็มยศเลยรัชกาลที่6ทรงเห็นแล้วก็นึกในใจว่าทำไมทหารคนนี้ถึงได้แต่งตัวมาสะเต็มยศแบบนี้คงอาจจะแต่งผิดมาก็ได้แต่พระองค์ก็ทรงไม่ทักอะไรเพราะกลัวว่านายทหารผู้นั้นจะเสียหน้าพระองค์ไม่ได้พูดอะไรแล้วก็เสด็จขึ้นรถไป

เพราะฉะนั้นแล้วเรื่องราวก็ได้ผ่านไปพระองค์ก็ไม่ได้นึกถึงเรื่องนั้นอีกแล้วจนกระทั่งรัชกาลที่6ก็ได้กลับมาจากงานในเวลานั้นก็เป็นเวลาเกือบตี3แล้วพระองค์ก็จะเสด็จขึ้นไปบนพระตำหนักเพื่อที่จะเตรียมการพักผ่อนและในตอนนั้นเองก่อนที่จะมาถึงห้องแต่งตัวท่านก็ได้ผ่านห้องโถงห้องหนึ่งและในตำหนักนั้นท่านกน็ได้ไปเห็นพานทองประหลาดอันหนึ่งได้ตั้งอยู่

ซึ่งในพานใบนั้นก็ได้มีธูปกระจ่างอยู่คู่กับเทียนอีกหนึ่งเล่มโดยเป็นของคนไทยที่เขาเอาไว้ใช้เผาศพพร้อมด้วยกระทงดอกไม้ตั้งอยู่และมีจดหมายลาตายของจะหมื่น ฤทธิ์ รณจักร

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.  สมัคร sbobet โดยตรง

ซึ่งเราจะเห็นได้ว่าในสมัยก่อนเราจะอาศัยโชคชะตาพอสมควรเลยในการที่เราจะเดินเรือ  เรื่องราวของคลองสุเอต  ดังนั้นตั้งแต่สมัยโบราณมันก็เริ่มมีความคิดว่าเรามาดูแผนที่กันดีกว่าว่าแผนที่เอเซียแผนที่ยุโรปบริเวณที่มันได้เชื่อมต่อกันนั้น เอเชีย ยุโรป แอฟริกา มันมีทะเลต่างๆเต็มไปหมดเลยแผ่นดินเว้าแหว่งไม่ว่าจะเป็นทะเลเมดิเตอเรเนียนทะเลแดงทะเลดำอ้าวเปอร์เซียมันเว้าๆแหว่งๆ

ดังนั้นตั้งแต่สมัยก่อนแล้วคนเขาก็เล็งเห็นแล้วว่าในบริเวณที่มันเว้าแหว่งต่างๆมันมีอยู่จุดหนึ่งที่มันแทบบจะติดกันแล้วแหละก็คือบริเวณเมืองที่ชื่อว่า เมืองสุเอซ ประเทศอียิปต์นั่นเอง ตรงนี้มันเป็นจุดที่ทะเลเมดิเตอเรเนียนกับทะเลแดงมีความห่างกันแค่ประมาณ193.3กิโลเมตรเท่านั้น

ถ้าสมมุติว่ามันได้มีการขุดเป็นคลองมาแล้วให้เรือแล่นผ่านได้เรือก็จะสามารถแล่นจากทวีปยุโรปเข้าทะเลเมดิเตอเรเนียนผ่านคลองเส้นนี้แล้วก็ออกทะเลแดงมาทีเอเชียได้รวดเร็วขึ้นมาเยอะเลยทีเดียว

นอกจากนี้นี้ในเส้นทางนี้สำหรับใครที่นึกไม่ออกมามันใกล้ขนาดไหนมันก็ใกล้ขนาด กรุงเทพ-หัวหิน ซึ่งมันก็ยังดูใกล้อยู่แหละแต่เมื่อเทียบกับการอ้อมทวีปแอฟริกา24วันแล้วการเดินทางผ่านกรุงเทพ หัวหิน ทางเรือใช้เวลาประมาณ11-20ชั่วโมงเฉลี่ยๆออกมาประมาณ13ชั่วโมงเรียกได้ว่าเร็วกว่ากันประมาณ40เท่าขึ้นไปเลยทีเดียว

โดยแนวคิดนี้มันก็ไม่ใช่แนวคิดใหม่แต่ว่าเริ่มคิดกันมาตั้งแต่ปี1789แล้ว ในสมัยของนโปเลียที่1แห่งฝรั่งเศสNapolon Bonapane  ซึ่งก็ได้มีการกรีฑาทัพมาที่อียิปต์พอมาถึงเขาก็มองเห็นแล้วว่าจุดนี่น่าขุดมากๆเลยแต่ว่าก็ไม่สามารถทำสำเร็จ

เพราะว่าในสมัยก่อนอันนี้ตรงกับช่วงรัตนโกสินทร์ตอนต้นอุปกรณ์เครื่องจักรอะไรต่างๆมันก็ยังไม่ได้ทันสมัยเหมือนสมัยปัจจุบันนี้ใช่ไหมดังนั้นการขุดคลองแบบกรุงเทพหัวหินที่ไม่ใช่คลองเล็กๆให้เรือพายแต่จะต้องเป็นเรือเดินสมุทรขาดใหญ่ก็ต้องใช้กำลังคนเยอะมากๆโครงการนี้ก็ได้พับเก็บไป

จนมาถึงในสมัยนโปเลียที่3ในปี1848 โครงการนี้ก็โดนรื้อฟื้นขึ้นมาอีกรอบนึงแล้วคราวนี้ก็มีการเริ่มคุยกันจริงๆจังๆจนกระทั่งในที่สุดในปี1858ผู้แทนของฝรั่งเศสก็ได้ตัดสินใจว่าฉันจะตั้งบริษัทก่นอเลยชื่อว่าคอลงบริษัทสุเอซเพื่อที่จะมาดำเนินการดูแลผลประโยชน์ด้านการขุดคลองสุเอซนี่แหละ

เนื่องจากนี้ในปี1859ก็ได้มีการลงมือขุดคลองสุเอซขึ้นมาจริงๆโดยเป็นการร่วมมือจับมือกันระหว่างฝรั่งเศส กับ อียิปต์ เพราะว่าอียิปต์เป็นเจ้าของพื้นที่ใช่ไหมแต่ว่าไม่สามารถขุดคลองตัวเองได้เพราะว่าเทคโนโลยีไม่ถึงในขณะที่ฝรั่งเศสมีเทคโนโลยีการขุดคลองที่แบบสุดยอดมากขอโลกในยุคสมัยนั้น

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.  สมัคร sbobet โดยตรง

              ตำนานรถไฟที่หายไป  สำหรับตำนานที่เรากำลังจะพูดถึงกันอยู่นี้เป็นตำนานที่ผ่านมาแล้วเจ็ดสิบกว่าปี  แต่ตำนานนี้บางคนก็บอกว่าเป็นตำนานเรื่องเล่าที่เกิดขึ้นจริง แต่บางคนก็บอกว่าเป็นเพียงเรื่องที่มีการแต่งขึ้นมา แต่ก็ไม่มีใครออกมายืนยันว่าแท้ที่จริงว่าตำนานเป็นหรือจริงหรือไม่จริงหรือไม่ แต่ก็เคยมีการออกข่าวลงในหนังสือพิมพ์ของสำนักข่าวต่างประเทศด้วย

              โดยตำนานเกี่ยวกับรถไฟที่หายไปนี้ เป็นการเล่ากันมากจากปากต่อปากและมีการเล่ากันมากในโลกออนไลน์ หากคุณเข้าไปหาข้อมูลในอินเตอร์เน็ต ค้นหาจาก google จะเห็นได้ว่ามีการพูดคุยเรื่องนี้กันมาเลยทีเดียว สำหรับเรื่องนี้นับตั้งแต่เกิดขึ้นมาในช่วงปี ค.ศ. 1942 จนถึงตอนนี้ก็ปี ค.ศ. 2020 ผ่านมาเจ็ดสิบกว่าปีแล้ว เป็นเรื่องเหตุการณ์ที่สร้างความอัศจรรย์ใจให้กับคนที่ได้ฟังเรื่องนี้กันมากเลยทีเดียว 

               ตามตำนานกล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยไม่สามารถหาสาเหตุได้นี้เกิดขึ้นที่ประเทศอิตาลี ซึ่งเกิดขึ้นบนเส้นทางรถไฟสายหนึ่ง โดยรถไฟขบวนดังกล่าวนั้นเป็นขบวน F626  ว่ากันว่ารถไฟขบวนนี้มีจำนวนโบกี้ตัวเลขอาถรรภ์

ซึ่งก็คือ เลข 13 นั่นเอง ว่ากันว่ารถไฟขบวน F626 นั้นมีการวิ่งไปตามรางรถไฟเรื่อยๆ โดยจะไปสิ้นสุดสถานีที่เมืองบุรันยา  ในขบวนรถไฟคันนี้มีผู้โดยสารนั่งไปเยอะมาก ซึ่งเรื่องเล่ากล่าวถึงจำนวนผู้โดยสารว่ามีมากถึง 120 คน

       ตำนานรถไฟที่หายไป   ว่ากันว่ารถไฟขบวน F626 วิ่งมาถึงอุโมงค์แห่งหนึ่งที่เคยวิ่งผ่านไปผ่านมา มาแล้วหลายร้อยหลายพันครั้ง แต่ครั้งทีสร้างความตกใจให้กับทุกคนนั้นเป็นครั้งเมื่อ 78 ปีก่อนนั้นอยู่ๆ เมื่อรถไฟขบวน F626  วิ่งเข้าไปในอุโมงค์หลังจากนั้นก็ไม่เคยมีใครเห็นรถไฟขบวน F626   ออกมาอีกเลย

ไม่ว่าทางการจะส่งหน่วยงาน ทหาร หรือตำรวจ เข้ามาหาขบวนรถไฟสายดังกล่าวสักเท่าไหร่ แต่ก็ไม่มีใครหารถไฟขบวนนั้นเจออีกเลย รถไฟขบวน F626  หายไปจากโลกนี้อย่างไร้ร่องรอย ไม่มีซากรถไฟ แสดงให้เห็นว่ารถไฟสายดังกล่าวเกิดอุบัติเหตุ เงียบหายเหมือนกับว่าโลกนี้ไม่เคยมีรถไฟขบวนนี้อยู่ในโลก

           แน่นอนว่าครอบครัวของผู้ที่สูญหาย พยายามที่จะติดตามหาญาติของพวกเขา แต่ก็ไม่มีใครเคยเห็นศพหรือร่างกายของผู้ที่สูญหายเลย อย่างไรก็ตามหลังจากที่เรืองราวรถไฟขบวน F626  เริ่มมีคนลืมเลือนหลังจากนั้น 43 ปีต่อมารถไฟขบวนดังกล่าวก็กลับออกมาจากอุโมงค์ และเป็นเรื่องที่น่าตกใจมากเพราะคนในรถไฟขบวนนั้นมีอายุเท่าเดิม

และเมื่อพวกเขากลับมาพบกับญาติพี่น้องพวกเขาก็พบว่าญาติพี่น้องของพวกเขาบางคนก็แก่ตายไปแล้ว บางคนจากเด็กก็โตเป็นผู้ใหญ่ ส่วนตัวของพวกเขานั้นอายุเท่าเดิมเหมือนโดนสตาร์ฟ จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีใครสามารถพิสูจน์ได้ว่ารถไฟขบวน F626   หายไปไหนมาและกลับมาได้อย่างไร

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย    สมัคร gclub ไม่มีขั้นต่ำ

ทหารอเมริกันเป็นไข้มาลาเรียตาย คุณเคยได้ยินถึงเรื่องราวของเกาะที่มีผีเฮี้ยนจนกระทั่งรัฐบาลต้องสั่งปิดไม่ให้เขาเข้าไปบนเกาะแห่งนั้นหรือว่าเกาะที่เคยฝังศพของนายทหารหลายๆนายเรามาดูเรื่องราวของเกาะเล็กแห่งหนึ่งในจังหวัดชลบุรีในบ้านเรากันก่อนดีกว่าที่มีชื่อว่าเกาะขามน้อย

ซึ่งมันก็เป็นเกาะที่มีขนาดเล็กมาถ้าหากว่าใครขับเรือผ่านไปโดยที่ไม่รู้เรื่องราวก็อาจจะคิดว่ามันเป็นเพียงแค่เกาะที่ธรรมดาก็เป็นได้ว่ากันว่าเดิมทีที่เกาะแห่งนี้มันได้เป็นเกาะที่สุสานฝังศพอยู่แล้วชาวบ้านต่างๆไม่ว่าจะเป็นชาวมุสลิมหรือว่าชาวจีนต่างๆพอมีคนเสีชีวิตเขาก็จะนำเอาศพมาฝังเอาไว้ที่เกาะนี้ทั้งหมดคงจะเป็นเกาะขนาดเล็กที่ไม่มีใครอาศัยอยู่เห็นแล้วมันก็เป็นสถานที่ที่สงบดี 

นอกจากนี้มันอาจจะมีเหตุผลทางฮวงจุ้ยบางอย่างที่ทำให้ลูกหลานชาวจีนหลายๆคนเขาจะฮิตนำเอาศพของบรรพบุรุษของเขามาฝังเอาไว้ที่เกาะแห่งนี้มากกว่ามันก็เลยทำให้ที่แห่งนี้เปรียบเสมือนบ้านพักของผู้ที่ได้เสียชีวิตกันไปแล้วบรรยากาศของสถานที่แห่งนี้การเลยวังเวงมาตั้งแต่ไหนมาแล้วแต่มันก็ไม่ได้ทำให้สถานที่แห่งนี้ได้กลายมาเป็นสถานที่เฮี้ยนจนถึงทุกวันนี้คงอาจจะเป็นเพราะว่าศพต่างๆที่เขาได้มายังสถานที่แห่งนี้ได้มีการทำพิธีอะไรมาก่อนแล้ว

เพราะฉะนั้นแล้วเรื่องราวของความสยองของเกาะแห่งนี้มนก็ได้มีจุดเริ่มต้นมาจากสงครามโลกครั้งที่สองคือบริเวณที่อ่างไทยมันได้มีทหารอเมริกันได้เข้ามาตั้งฐานทัพเรือกันอยู่มากมายเลยเพราะเขาว่ากันว่ามันจะงเป็นภูมิศาสตร์ที่เหมาะมากอย่างที่พวกเขาได้เรียนกันมา

ดังนั้นพวกอเมริกันเวลาที่เขาจะไปออกรบกันที่ไหนเขาก็จะทำการศึกษามาภูมิศาสตร์พวกเขารู้หมดแต่เขาคคงลืมคิดกันไปว่าที่บริเวณนี้มันเป็นป่าที่รกและมันก็จะต้องมียุงป่าอาศัยอยู่ใช่ไหมแล้วยุงที่มันน่ากลัวกว่าทหารของฝ่ายศัตรูที่พวกเขาจะต้องเผชิญอีก

ซึ่งพวกทหารอเมริกันไม่ชินกับพวกยุงเหล่านี้พอเข้ามาก็ถูกยุงกัดจนทหารเหล่านั้นเป็นไข้มาลาเรียกันไปหมดเลยและคนไทยที่ได้อาศัยอยู่บริเวณนั้นก็โดนข็มาลาเรียกันเป็นแถวเหมือนกันแต่ไม่ได้เสียชีวิตเยอะอย่างคนอเมริกันว่ากันว่าการตายในครั้งนี้ก็ทำเอาศพของทหารอเมริกันได้เสียชีวิตลงเหมือนกับใบไม้ร่วงกันเลย

นอกจากนี้เมื่อมันมีศพเยอะมากมายขนาดนี้เขาไม่รู้ว่าจะจัดการกับศพของทหารกันอย่างไรจะเอาไปฝังบนแผ่นดินใหญ่ก็กลัวว่าฝั่งศัตรูจะรู้ว่าทหารอเมริกันเสียกองกำลังไปเยอะแล้วจากนั้นเขาก็ได้เอาศพไปโยนไว้บนเกาะผืนทรายน้อยบนเกาะขามน้อยนั่นเอง

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.    แจ้งฝาก-ถอน ufabet

เราจะพาทุกคนได้ไปทำความรู้จักกับปรากฏการทางธรรมชาติ  ตำนานจันทรุปราคา ที่หลายๆคนอาจจะเคยได้ยินเรื่องรางเกี่ยวกับราหูอมจันทร์อยู่แล้วบ้างในบางคนอาจจะยังไม่รู้ว่าทำไมราหูถึงต้องอมจันทร์

สำหรับราหูอมจันทร์หรือในทางวิทยาศาสตร์จะเรียกว่าจันทรุปราคาได้เป้นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่คนในปัจจุบันนี้ได้ทราบกันดีว่ามันได้เกิดขึ้นจากที่ดวงจันทร์มันได้ผ่านเข้ามาในวงโคจรของโลกทำให้มนุษย์เรามองเห็นดวงจันทร์หายไปในเงามืด

ซึ่งในเหตุการณ์นี้มันจะเกิดขึ้นที่พระจันทร์เต็มดวงเท่านั้น

แต่มันก็ไม่ได้ปรากฏขึ้นทุกเดือนเนื่องจากว่าระนาบโคจรของโลกดวงจันทร์ดวงอาทิตย์ไม่ได้โคจรในระนาบเดียวกันและมันจะตัดกันทำโดยทำมุม5องศาจากนั้นมันจะมีโอกาศที่จะเกิดจันทรุปราคาขึ้นเพียงแค่ปีละ1-2ครั้งเองเท่านั้น

นอกจากนี้ในมนุษย์ปัจจุบันอย่างพวกเราแล้วนั้นในเวลาที่จะเกิดจันทรุปราคาหรือว่าสริยุปราคาขึ้นและหลายๆคนก็ไม่ได้คิดอะไรมันใช่หรือไม่เราอยากจะให้ทุกคนได้ลองจินตนาการณ์ดูว่าคนโบราณในสมัยอดีตที่พวกเขาเหล่านั้นไม่ได้เรียนดาราศาสตร์มาเหมือนกับเราเขาจะรู้สึกยังไงกันที่อยู่ดวงจันทร์ที่ได้ส่องแสงสว่างเป็นวงกลมอยู่ดีมันก็ค่อยๆหายไปทีละนิดๆเหมือนกับว่ามันได้ถูกสัตว์ร้ายกัดกินยังไงอย่างงั้นเลย

ดังนั้นในเวลาเพียงแค่ไม่กี่วินาทีเท่านั้นดวงจันทร์ที่ได้ถูกกลืนกินเข้าไปมันก็ได้กลับมาอีกครั้งและมันก็ได้เปลี่ยนไปอย่างที่ทุกคนไม่เคยได้พบเห็นในแต่ละคืนเพราะว่ามันได้กลายมาเป็นพระจันทร์สีเลือดที่มองดูน่ากลัวในปัจจุบันเรียกว่าพระจันทร์สีแดงหรือเรียกอีกอย่างว่า Blood moon 

โดยมันได้เกิดขึ้นเมื่อดวงจันทร์ได้ถูกเงามือของโลกนั้นได้บดบัง100%ที่หลายๆคนได้ถูกจันทรุปราคาเต็มดวงมันก็ได้ทำให้ดวงจันทร์นั้นจะต้องมืดมิดไปทั้งดวงเลยแต่ในความเป็นจริงแล้วนั้นดวงจันทร์มันจะยังไม่มืดไปเลยทั้งดวงเนื่องจากว่ามันก็ได้มีแสงอาทิตย์ในบางส่วนที่มันสามารถส่องผ่านชั้นบรรยากาศของโลกไปยังดวงจันทร์ได้อยู่นั่นเอง

เนื่องจากนี้แสงในช่วงคลื่นสีแดงมันได้ทำให้เราเห็นดวงจันทร์นั้นนเป็นสีเลือดที่ดูน่ากลัวนั่นเองมันเลยทำให้มีความเชื่อที่เกี่ยวกับสิ่งที่ดูน่ากลัวคล้ายๆกันในหลายๆพื้นที่ทั่วโลกเลยตัวอย่างเช่นชาวMesopotamiaหรือชาวอีรักในปัจจุบันพวกเขาได้มองปรากฏการณ์พระจันทร์เลือดว่าเป็นการลุยรานจากยมโลกนำโดยกองทัพปีศาจ7ตนที่ชั่วร้ายส่วนชาวไวกิ้งที่ได้ตั้งถิ่นฐานอยู่แทบประเทศนอร์เวย์แล้วก็เดนมาร์กพวกเขาก็เชื่อว่าปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นจากฝูงหมาป่าที่ทำการล่าดวงอาทิตย์แล้วก็ดวงจันทร์

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  ufabet ฝากเงิน ออโต้

คำทำนายของ“ นอสตราดามุส “ สำหรับข้อมูลทั้งสองคนนี้เราขอแยกเป็นสองส่วนระหว่างของ  “ นอสตราดามุส “ กับ   “ คุณยาย บาบา วานกา “  โดยคนแรก “ นอสตราดามุส “ ตามข้อมูลเขาไดบอกเอาไวว่า “ นอสตราดามุส “ เป็นนายแพทย์ที่เกิดอยู่ในช่วงประมาณปี ค.ศ.1500หรือประมาณ500ปีที่แล้วและเขายังได้มีความสามารถทางเรื่องของดาราศาสตร์เรื่องของโหราศาสตร์แล้วก็เรื่องของพยากรอากาศด้วย

โดยคนๆนี้ได้ทำนายสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่างๆบนโลกเราไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสงครามต่างๆเหตุการณ์ทางการเมืองหรือแม้แต่สิ่งต่างๆที่เปลี่ยนแปลงบนโลกเอาไว้เยอะมากและที่สำคัญคือสิ่งเหล่านี้มันได้เกิดขึ้นมาจริงๆหลังจากที่เขาทำนายถึงแม้ว่าเขาจะเสียชีวิตไปแล้วก็ตาม

ซึ่งตรงนี้มันค่อนข้างที่น่าสนใจอย่างมากเพราะว่าตามตำนานที่เขาได้บอกเอาไว้ว่า“ นอสตราดามุส “เคยทำนายเอาไว้ส่วนใหญ่เรื่องที่เราไปเจอมามันเป็นเรื่องเกี่ยวกับทางด้านการเมืองการปกครองหรือแม้แต่การเปลี่ยนแปลงต่างๆที่เกิดขึ้นทั่วโลกไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงของผู้นำไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการทำนายนิสัยต่างๆหรือบุคคลที่จะได้ขึ้นเป็นใหญ่เป็นโตในอนาคต

นอกจากนี้ส่วนใหญ่แล้ว“ นอสตราดามุส “จะทำนายสิ่งเหล่านี้เอาไว้มากกว่าและหนึ่งคำทำนายที่เขาได้ทำนายเอาไว้มันได้ตรงมาที่สุดและเราได้รู้จักกันทุกคนเลยหนึ่งในคำทำนายนั้นนั่นก็๕อ คำทำนายของ “ ฮิตเลอร์ “ และถามว่าเรื่องของการทำนายบุคคลสำคัญในหน้าประวัติศาสตร์มันมีแค่ “ฮิตเลอร์” หรือเปล่าจริงๆแล้วมันมีอยู่อีกเยอะเลยไม่ว่าจะเป้นเรื่องของจักรพรรดินโปเลียนที่ถูกมองว่าเป็นนักฆ่ามากกว่าเจ้าชายที่เกิดปี1900ต้นๆ

เนื่องจากนี้การสละบัลลังก์ของพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่8ที่เกิดขึ้นปี1936หรือแม้กระทั่งการทำนายเรื่องของสงครามโลกครั้งที่2ในขณะที่สงครามโลกครั้งที่1ยังไม่เกิดขึ้นเลยเขาก็ทำนายมาแล้วแต่ว่าเหตุการณ์ที่น่าสนใจที่สุดที่ “ นอสตราดามุส “ เขาได้ทำนายเอาไว้ก็คงไม่พ้นเรื่องของเหตุการณ์นายวันๆหรือ911ที่ใช้แจ็คเครื่องบิบนเมื่อ20ปีที่แล้วเพื่อที่จะนำเครื่องบิบนไปชนตึกเวิลด์เทรดที่สหรัฐอเมริกานั่นเอง

ซึ่งตรงนี้เองเขายังได้บอกอีกว่าตามคำทำนายของ“ นอสตราดามุส “เขาก็ยังได้ทำนายอนาคตเอาไว้ด้วยโดยคำทำนายตรงนี้มันยังไม่เกิดแต่มันมีแววที่จะเกิดขึ้นและมันก็มีแววมากขึ้นทุกวันๆ ( โดยสิ่งนั้นก็คือ สงครามโลกครั้งที่3 นั่นเอง ) 

ดังนั้นในสงครามโลกครั้งที่3ตรงนี้ไม่ใช่แค่“ นอสตราดามุส “เป็นคนตำนานเพียงเท่านั้นแม้แต่ “ อันเบิดไอสสไตน์ “ ที่เขาพึ่งจะเสียชีวิตไปเมื่อ100ที่แล้วเขาก็ได้ทำนายเอาไว้ว่าเปอร์เซ็นต์ที่จะเกิดสงครามโลกครั้งที่3ขึ้นมีค่อนข้างสูงมากและสงครามโลกครั้งที่3จะรุนแรงมากกว่าครั้งที่1และ2จนอาจจะทำให้ทรัพยากรบนโลกเราหายไปหมดเลยก็ว่าได้

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  ทางเข้า UFABET ภาษาไทย

         เชื่อว่าหลายคนที่เคยมีโอกาสเดินทางไปเที่ยวที่ประเทศอังกฤษหรือแม้แต่บางคนที่มีการศึกษาข้อมูลประวัติความเป็นมาของประเทศอังกฤษและสถานที่ท่องเที่ยวของประเทศอังกฤษจะทราบดีอยู่ว่าในขณะนี้ประเทศอังกฤษเน้นมีเพศสัมพันธ์ที่เป็นสุดยอดแห่งที่มันที่สุดของอังกฤษหรืออาจจะเป็นที่สุดของโลกอยู่แห่งหนึ่งโดยพิพิธภัณฑ์แห่งนี้มีชื่อว่า British Museum ที่นี่มีการจัดเก็บวัตถุโบราณต่างๆไว้มากมายและวัตถุโบราณที่จะเก็บไว้ในที่แห่งนี้นั้นไม่ใช่เพียงแค่วัตถุโบราณของประเทศอังกฤษเพียงอย่างเดียวเท่านั้นแต่เป็นการเก็บวัตถุโบราณของเกือบทุกประเทศทั่วโลกที่เป็นวัตถุโบราณที่มีอายุเป็นร้อยปีหรือเป็นพันปีหรือบางชิ้นนั้นมากกว่า 2,000 ปีก็มี

         ทำให้ที่นี่กลายเป็นแหล่งที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ความเป็นมาในสมัยโบราณได้เป็นอย่างดีนอกจากนี้เรายังได้เห็นของวัตถุต่างๆที่คนในสมัยโบราณเคยใช้กันมาก่อน   เชื่อว่าเมื่อมีนักท่องเที่ยวเดินทางไปเที่ยวที่ British Museum แห่งนี้หลายคนคงถึงกับความยิ่งใหญ่อลังการของสถานที่แห่งนี้และอาจจะคิดว่าที่นี่มีจุดกำเนิดหรือประวัติความเป็นมาอย่างไรก่อนที่จะมาก่อตั้งเป็นพิพิธภัณฑ์ที่ดูยิ่งใหญ่อลังการและยังสามารถรวบรวมวัตถุโบราณจากหลายประเทศทั่วโลกมาเก็บไว้ภายในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ที่เดียวได้ 

      อย่างไรก็ตามก่อนที่ ประเทศอังกฤษจะมี  British Museum หรือพิพิธภัณฑ์อังกฤษ นั้นจุดเริ่มต้นมาจากชายคนหนึ่งซึ่งเขาเป็นนักฟิสิกส์และธรรมชาติวิทยาโดยเขาเป็นคนเชื้อสายอังกฤษ- ไอริส   เขาเป็นคนที่ชื่นชอบสะสมวัตถุหายากรวมถึงวัตถุโบราณต่างๆซึ่งไม่ว่าเขาจะเดินทางไปที่ไหนถ้าหากว่าเจอกับวัตถุโบราณเขาก็จะมีการเก็บรวบรวมสะสมเอาไว้โดยนักฟิสิกส์ชายคนดังกล่าวนั้นมีชื่อว่า Sir Hans Sloane 

        ภายหลังจากที่ Sir Hans Sloaneไม่มีการเก็บรวบรวมสมบัติไว้มากมายปรากฏว่าเมื่อเขาอายุมากขึ้นเขาเริ่มที่จะคิดว่าถ้าหากว่าเขาเสียชีวิตไปแล้วสมบัติเหล่านี้อาจจะสูญหายหรืออาจจะถูกทำลายไปเพื่อที่เขาจะสามารถเก็บสมบัตินี้ซึ่งเป็นสมบัติอันล้ำค่าของชาติเอาไว้ได้เข้าจึงได้มอบสมบัติที่เขาเก็บสะสมทั้งหมดนี้ให้กับ กษัตริย์จอร์จ ที่ 2  โดยมอบให้เป็นสมบัติและเป็นมรดกของประเทศชาติ

          อย่างไรก็ตาม กษัตริย์จอร์จ ที่ 2 ก็มีความคิดเห็นไม่ต่างจาก Sir Hans Sloane  ก่อตั้งพิพิธภัณฑ์ดีขึ้นมาโดยมีการสร้างพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ขึ้นเมื่อช่วงปีค.ศ. 1753 และมีการตั้งชื่อพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ว่า British Museum  นั่นเอง อย่างไรก็ตามสมบัติที่ทาง Sir Hans Sloane ที่ได้มอบให้กับกษัตริย์จอร์จ ที่ 2   ยังไม่ค่อยเย็นมากนัก จนถึงช่วงเวลาที่ประเทศอังกฤษมีการล่าอาณานิคมเกิดขึ้นหลังจากที่มีการชนะสงครามก็ได้มีการรวบรวมสิ่งของวัตถุโบราณจากประเทศต่างๆที่อยู่ใต้อาณานิคมของประเทศอังกฤษมาเก็บไว้ที่พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ทำให้ที่นี่จึงมีสมบัติล้ำค่ามากมายและของหลายประเทศนั้นเอง 

 

สนับสนุนโดย.  ufabet ฝาก-ถอน ออโต้

            ตำนานนี้เป็นตำนานของชาวอินเดียที่พูดถึง ตำนานกระต่ายบนดวงจันทร์  เชื่อว่าหลายคนเคยได้ยินและอาจจะเคยมองไปบนดวงจันทร์ว่าในช่วงของค่ำคืนของพระจันทร์เต็มดวงนั้นเรามักจะเห็นเงาบนดวงจันทร์มีลักษณะของสัตว์คล้ายกับรูปร่างกระต่ายซึ่งแต่ละประเทศนั้นก็จะมีตำนานกระต่ายบนดวงจันทร์ที่แตกต่างกันออกไปในครั้งนี้เราจะพูดถึงตำนานของชาวอินเดียที่มีการพูดถึงกระต่ายบนดวงจันทร์นี้ว่ามีที่มาที่ไปอย่างไรบ้าง

          ตำนานของคนอินเดียระบุเอาไว้ว่าในสมัยก่อนนั้นได้มีสัตว์อยู่ 4 ชนิดนั้นก็คือกระต่าย  , ลิง , นาค  , จิีกจอก   โดยสัตว์ทั้ง 4 ตัวนี้ ได้มีการฝึกบำเพ็ญศีลภาวนา โดยพวกมันนั้นพากันถือศีลไม่ทำร้ายสัตว์ด้วยกันเองไม่ฆ่าสัตว์ตัดชีวิตบำเพ็ญเพียรกระบะซึ่งทุกวันนั้นทำได้ดีมาเสมอจนพระองค์อินทร์ที่อยู่บนสรวงสวรรค์เห็นว่าการบำเพ็ญเพียรของสัตว์ทั้ง 4 ชนิดนี้นั้นไม่มีอุปสรรคอะไรมาเป็นเครื่องทดสอบจิตใจเลยพระองค์จึงได้ลงมาจากบนสรวงสวรรค์เพื่อมาทดสอบการบำเพ็ญเพียรของสัตว์ทั้งชีวิตในครั้งนี้

       โดยพระองค์ได้มีการจำแลงกายเป็นชายชราที่มีรูปร่างผอมหิวโซหลังจากนั้นพระองค์ก็เดินทางไปหาลิงเป็นตัวแรก  หลังจากพบลิงแล้วพระองค์ก็ได้มีการขออาหารจากลิงตัวนั้นซึ่งลิงนั้นปกติแล้วมันกินผลไม้  ดังนั้นมันจึงได้เอาผลไม้ให้กับพระอินทร์ที่จำแลงเป็นชายชรากิน  หลังจากนั้นพระอินทร์ได้มีการเดินทางไปหานาค  และได้ขออาหารจาก นาค เหมือนกับที่ขออาหารจากลิงนั้นเอง ซึ่งในขณะนั้นเอง นาค ได้มองเห็นปลาตายอยู่ตรงบริเวณที่ตนเองอยู่จึงได้นำปลาตายส่งให้กับพระอินทร์ที่แปลงร่างเป็นชายชราได้นำไปกินเป็นอาหาร 

          หลังจากนั้นพระอินทร์ก็เดินทางไปหาจิ้งจอก และก็ขออาหารกับจิ๊กจอกเช่นเดียวกัน   ซึ่งสุนัขจิ้งจอกนั้นได้มีการนำน้ำนมของตนเองถวายให้กับพระอินทร์ 1 ถ้วยพร้อมกับผลไม้แห้งอีก 1 กระปุก  หลังจากที่ผู้เรียนได้รับอาหารจากสุนัขจิ้งจอกแล้วพระองค์ก็เดินทางไปยังสถานที่ที่กระต่ายอยู่โดยพระองค์ก็พอเป็นชายชราที่กำลังหิวโซและขอ อาหารจากกระต่ายแต่ด้วยกระต่ายนั้นปกติกินเพียงแค่หน้าแห้งอยู่แล้วเมื่อมีคนมาขออาหารมันก็ไม่รู้ว่าจะต้องให้อะไรดี ซึ่งตัวมันเองก็บอกกับชายชราว่ามันไม่มีอาหารให้กับชายชราเพราะมันกินแค่หญ้าแต่ชายชราคนนั้นแนะนำว่ากระต่ายได้บำเพ็ญเพียรมานานแล้วสามารถที่จะละชีวิตของตนเองเพื่อบุคคลอื่นได้หรือไม่เมื่อกระต่ายได้ยินดังนั้นจึงได้มีการกระโดดเข้ากองไฟเพื่อใช้ร่างกายของตนเองนั้นให้ชายชราได้กิน

          เมื่อพระอินทร์ได้เห็นดังนั้นจึงรู้สึกซาบซึ้งในการกระทำของเจ้ากระต่ายจึงได้มีการเตวาดรูปไว้บนดวงจันทร์เป็นรูปกระต่ายเพื่อเป็นที่ระลึกแสดงให้เห็นถึงความเสียสละชีวิตของเจ้ากระต่ายนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาเวลาที่เรามองดูพระจันทร์เวลาพระจันทร์เต็มดวงก็จะเห็นเงาลางๆคล้ายกับกระต่ายอยู่บนดวงจันทร์นั่นเอง

 

สนับสนุนโดย.  ทางเข้า gclub มือถือ