ตั้งแต่ภาวะไข้โควิด 19 ระบาดเข้ามาในประเทศไทย ผลพ่วงที่ได้รับไม่ว่าจะเป็นเรื่องสุขภาพที่โดนกันเต็มๆ และต้องระวังกันให้มาก แต่สิ่งที่ผลตามมาคือเรื่องของเศรษฐกิจ ที่ตอนนี้ไม่ค่อยมีใครอยากไปร้านอาหาร จับจ่ายใช้สอย ท่องเที่ยว หรือเดินห้าง ซึ่งผลกระทบนี้ยังส่งผลต่อเราๆ ที่เป็นพนักงานลูกจ้างประจำด้วย เราลองมาดูกันว่ามีอาชีพอะไรบ้างที่ได้ผลกระทบนี้ไปเต็มๆ

อาชีพแรก พนักงานสายการบิน อันนี้โดนเต็มๆ เพราะมาตรการ ห้ามคนเดินทางออกนอกประเทศและไปกลุ่มประเทศเสี่ยง รวมถึงการเดินทางเข้าประเทศไทย จึงมีผลทำให้สายการบินต่างๆ ต้องงดเที่ยวบิน และหยุดชะงักกันไปตามๆ กัน ซึ่งนั่นหมายความว่า พนักงานสายการบินต่างๆ ก็ต้องหยุดตามไปด้วย ซึ่งรายได้ของคนเหล่านี้ โดยปรกติก็จะมีเรื่องเงินได้พิเศษ จากชั่วโมงบิน เข้ามาเกี่ยวข้อง นั่นจึงทำให้พวกเค้ามีรายได้ที่ลดลงไป

อาชีพไกด์หรือหัวหน้าทัวร์ อันนี้คงไม่ต่างอะไรกับพนักงานสายการบิน เพราะมาตรการ ห้ามคนเดินทางเข้าออกประเทศ ทำให้อาชีพไกด์หรือหัวหน้าทัวร์ขาดรายได้ไปทันที และอาจจะโดนหนักกว่าพนักงานสายการบินที่คนเหล่านั้นยังมีเงินเดือนประจำ แต่ไกด์หรือหัวหน้าทัวร์ส่วนใหญ่ มักจะมีรายได้จากการทำงานเป็นวันตามจริง หากวันไหนไม่ได้ออกทริป วันนั้นพวกเค้าจะไม่ได้รับค่าจ้าง

อาชีพเด็กเสริฟ์ และหัวหน้าครัวตามร้านอาหาร นี่ก็เป็นอีกอาชีพ ที่ต้องลำบากและมีผลพ่วงตามเจ้าของธุรกิจไปด้วย เนื่องด้วย ร้านอาหารต่างๆ เริ่มซบเซา คนส่วนใหญ่ไม่กล้าออกมากินข้าวนอกบ้าน นั่งร่วมรับประทานอาหารกับคนอื่นๆ ที่ไม่รู้จักในร้านอาหาร จึงทำให้ร้านอาหารบางร้าน ถึงกับต้องปิดตัวลง และก็ทำให้มีผลต่ออาชีพเด็กเสริฟ์ และหัวหน้าครัว ที่ต้องตกงานกันไปตามระเบียบ

อาชีพพนักงานขายของตามร้านค้า อาชีพนี่ก็คล้ายกันกับอาชีพเด็กเสริฟ์ ด้วยสภาวะเศรษฐกิจที่แย่อยู่แล้ว รวมกับภาวะของไข้โควิด19 คนไม่มีกำลังพอที่จะจับจ่ายใช้สอย หรือแม้แต่คนที่มีกำลังก็ต้องเก็บเงินไว้ สำรองจ่ายยามที่จำเป็นจริงๆ จึงทำให้ร้านค้าต่างๆ เริ่มซบเซา ห้างเริ่มไม่มีคนเดิน ทำให้พวกร้านค้าต่างๆ ที่เช่าพื้นที่ของห้าง ต้องมีจ่ายค่าเช่าที่ในทุกๆ วัน และทุกๆ เดือน แต่กลับไม่มีคนมาเดินซื้อของ จึงทำให้ร้านค้าเหล่านั้นแบกต้นทุนภาระค่าใช้จ่ายไม่ไหว อาจจะต้องลดรายจ่ายเลิกจ้างพนักงานหันมาดูร้านแทนลูกน้องกันไป ซึ่งอาชีพนี่ก็เป็นอาชีพที่ต้องผันตัวไปหางานใหม่กันทำ เพื่อความอยู่รอดของปากท้อง

ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมา ก็หวังว่าทุกคนจะกลับมามีงานทำกันต่อไปนะครับ

คุณรู้หรือไม่ว่าในประเทศเพื่อนบ้านของเรานั้นมีอะไรที่แปลกตาที่มันสามารถทำให้เรานั้นได้ตื่นเต้นไปกับความแปลกใหม่ของประเทศเพื่อนบ้านซึ่งคุณอาจจะไม่เชื่อก็ได้ว่าประเทศเพื่อนบ้านนั้นมีไอศครีมไข่จระเข้ที่สุดแปลกและอร่อยอีกด้วยนั้นก็ถือได้ว่าเป็นอะไรที่สุดแปลกเอาสะจริงๆ

รับจ้างนั่งรถ  

สำหรับที่กรุงจาการ์ตาเป็นเมืองหลวงของอินโดนีเซียได้มีกฏหมายว่ารถยนต์ที่วิ่งบนถนนหลักนั้นจะต้องมีผู้โยสารนั่งในรถมาด้วยห้ามต่ำกว่า3คนและด้วยเหตุนี้เองในทุกๆวันนั้นมันก็จะมีคนหัวใสทั้งชายแล้วก็หญิงและรวมไปถึงเด็กหลายร้อยคนได้มายืนเรียงแถวกันบนถนนในสายหลักในกรุงจาการ์ตาเพื่อรับจ้างนั่งเก๋งในช่วงที่ชั่วโมงเร่งด่วนกันอย่างมากและซึ่งหากว่าใครนั้นมาคนเดียวก็จะทำสัญญาณนิ้วเดียวและในส่วนที่มาเป็นคู่ก็จะชูสองนิ้วซึ่งคุณเชื่อไหมว่าอาชีพนี้ยังสามารถสร้างรายได้ให้กับพวกเขาได้ถึงวันละ10 – 15ดอลล่าร์หรือว่าประมาณ300 – 400เลยทีเดียวแต่ทว่าในปี2559หน่วยงาน

ด้านการจราจรของกรุงจาการ์ตาก็ได้ระงับนโยบายเหล่านี้ออกไปเพื่อลดความแออัดลงได้หรือไม่และถ้าหากว่าจำนวนรถยนต์ไม่ลดลงก็แสดงว่าระบบที่ใช้งานมาตั้งแต่ปี2546หรือกว่า10เนี่ยมันไม่ได้ผลแต่อย่างใดซึ่งสำหรับการยกเลิกนโยบายนี้ก็จะถือได้ว่าเป็นข่าวร้ายสำหรับของคนที่ทำมาหากินในอาชีพจ๊อกกี้ที่ว่านี้ซึ่งเพราะพวกเขาต้องขาดรายได้ถึง10000 – 15000ต่อเดือนเลยทีเดียว

ไอศกรีมไข่จระเข้  Crocodile Egg lce Cream 

มีอยู่วันหนึ่งได้มีสองสามีภรรยา ไดโน และ บิแอนกา รามอส เจ้าของร้าน “สวีท สปอต ก็ได้เกิดคิดไอเดียใหม่ขึ้นมาได้เอาไข่จระเข้นำมาเป็นไอศครีมโดยที่ทั้งคู่นั้นไม่ได้ทำร้ายจระเข้แต่อย่างใดเลยสักตัวอีกทั้งมันยังเป็นสัตว์ที่ไกล้จะสูญพันธุ์ก็ไม่ได้ทำร้ายจระเข้แต่อย่างใดแต่อย่าพึ่งเข้าใจผิดกันไป

เพราะว่าพวกเขานั้นจะใช้ไข่แดงของไข่จระเข้ที่เป็นไข่ฟกและไม่สามารถที่จะฝักออกมาเป็นตัวได้นำเอามาทำเป็นไอศครีมซึ่งพวกเขาได้เชื่อกันว่าไข่ของจระเข้นั้นจะมีไข่แดงถึง80%และมันมีประโยคต่อสุขภาพมากมากกว่าไข่ไก่สะอีกและถ้าหากว่าใครนั้น

 

ที่สนใจที่อยากจะลองไปชิมรสชาติไอศครีมไข่จระเข้เพื่อลองความแปลกใหม่ของไอศครีมจระเข้ก็สามารถไปชิมไอศครีมไข่จระเข้ได้ในประเทศฟิลิปปินส์ซึ่งถือได้ว่าเป็นเรื่องที่แปลกและมีแค่เพียงประเทศฟิลิปปินส์เท่านั้น