Collage Art  คืออะไร

Collage Art คืองานศิลปะอีกหนึ่งแขนงหนึ่งที่มีความนิยมเป็นอย่างมากไม่ว่าจะเป็นทั้งในไทยและต่างประเทศมีการใช้งานนี้เพื่อเป็นสื่อกลางของนักข่าวในสมัยก่อนที่พูดเกี่ยวกับการเมืองต่างๆเพราะต้องใช้ภาพเพื่อสื่อความหมายให้กับคนไม่รู้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยไม่กระทบต่อใครคนใดคนนึงอย่างจังจึงใช้  collage Art นี้เพื่อแสดงถึง อารมณ์ของผู้ที่ต้องการจะสื่อเหตุการณ์ต่างๆ

โดยการรวมอยู่ในภาพเดียวกันศิลปะอันนี้มีการทำแล้วมากมายหลายปีแล้วกลับหัวใจของงานชิ้นนี้ก็คือการนำภาพหลายๆภาพมารวมกันให้อยู่ในงานเดียวกันเพื่อสื่อไปทางทิศทางใดทิศทางหนึ่งอาจจะเป็นสิ่งที่ไม่ควรมาอยู่ด้วยกันแต่เมื่อนำมาอยู่ด้วยกันแล้วสามารถเข้ากันได้เป็นอย่างดีและสื่ออารมณ์ศิลปะใช้ในการถ่ายทอดจินตนาการต่างๆของผู้ที่ต้องการจะสื่อออกมาไม่ว่าจะเป็นทางใดทางหนึ่งการวาดการเขียนการระบายก็ถือว่าเป็นศิลปะแขนงหนึ่งเหมือนกันการทำ collage Art ไม่เพียงแต่ตื่นในสิ่งที่หาภาพได้ยากแล้วยังใช้ทำข่าวเมื่อก่อนนะข่าวในประเทศไทยใช้สิ่งนี้เพื่อสื่อความหมายต่างๆ

ทางการเมืองไม่ว่าจะเป็นการนำอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยมาแปะเข้ากับรถถังหรือทหารต่างๆเพื่อแสดงถึงการยึดอำนาจของประชาชนนั้นไม่มีกฎหมายที่สามารถทำอะไรสิ่งเหล่านี้ได้ก็ถือว่าเป็นการแสดงออกหรือแสดงจุดยืนของสื่ออีกอย่างนึงเพื่อให้คนได้รับรู้ข่าวสารที่เป็นจริงและเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นในสังคมไทยมีการใช้อย่างหลักหลายตลอดมาจนระยะหลังมีการเลิกใช้ไปโดยสาเหตุหลักที่เลิกใช้ไปคือมีกฎหมายควบคุมสื่อที่ค่อนข้างเบาลงนั้นจึงเปิดช่องให้สื่อได้สามารถทำข่าวอย่างชัดเจน

 

ในปัจจุบันจะเป็นการแสดงอารมณ์ของศิลปินมากกว่า

ในการสิ่งนี้โดยการนำสิ่งของต่างๆมาตัดแปะภาพวิวทิวทัศน์ต่างๆภาพผู้คนในสมัยก่อนเป็นการเสียดสีทางอ้อมหรือแสดงไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่งศิลปะชนิดนี้ยังมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องอย่างไม่หยุดยั้งโดยการนำภาพวาดสี มารวมเข้ากับภาพพิมพ์ก็ทำให้เกิดสิ่งใหม่ๆขึ้นมาในวงการนี้การรวมภาพต่างๆถูกนำไปใช้ในการรวมภาพพิมพ์การแสดงงานของจิตรกรหรือศิลปินการนำไปใช้ปริ้นขายหน่วยงานต่างๆเพื่อเสริมรายได้ให้กับตัวเองหรือแม้แต่จับไปอยู่บนเสื้อผ้า หลายแบรนด์มีการปริ้นสิ่งนี้เข้าไปบนเสื้อยืดเพื่อขายให้กับลูกค้าต่างๆแต่ละกลุ่มหากใช้ภาพจริงก็คงต้องใช้งบประมาณล้านบาทเพื่อจ้างนายแบบนางแบบและต้องใช้ระยะเวลานานในการเดินทางไปในสถานที่ต่างๆ

แต่ในการตัดแปะเหล่านี้เราสามารถซื้อภาพจากแพลตฟอร์มออนไลน์ไหนกันมารวมกันได้นำมาตัดและแปะให้เป็นภาพเดียวกันเพื่อสื่อความหมายนำไปจำหน่ายไม่ว่าจะเป็นการพิมพ์การปริ้นการทำเป็นโปสการ์ดโปสเตอร์ต่างๆและที่สำคัญที่สุดก็คือการพิมพ์ลงบนเสื้อโดยในปัจจุบันมีการทำอย่างแพร่หลาย

สำหรับเรื่องนี้ถือว่าเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่เรานั้นไม่เคยรู้มาก่อนและเราก้ไม่เคยรู้จากที่ไหนเพราะเรื่องที่เรานั้นจะพูดก็คือเรื่องของ ไดโนเสาร์หลายคนเองก็เคยได้ดูหนังเรื่องไดโนเสาร์มาแล้วทำให้หลายคนก้อยากรู้เรื่องไดโนเสาร์อยู่บางเพราะในหนังนั้นได้มีการทำภาพที่ใหญ่และหน้ากลัวและลักษณะทางกายภาพของมันทำให้หลายคนนั้นต้องตื่นตาตื่นใจในอดีคอย่างไดโนเสาร์และวันนี้เรามีข้อมูลที่น่าสนใจและประหลาดใจ

คนแรกที่ค้นพบไดโนเสาร์ในปี1822 ดร.กิเดียน Gideon Alqernon Mantell

แพทย์ชาวอังกฤษที่กำลังรักษาผู้ป่วยอยู่ ภรรยาของเขาก็ออกไปเดินเล่นรอบๆบ้านเธอก็พบก้อนหินที่มีลักษณะที่คล้ายเคียอยู่ในโรงเก็บเครื่องมือเมื่อ  ดร.แมนเทล เห็นก้อนนั้นเขาก็รู้ทันทีว่าเป็นฟอสซิลที่มีความสำหรับมากเขาจึงทุ่มเทให้กับการวิจัยฟอสซิลเพื่อศึกษาการดำรงชีวิตของไดโนเสาร์ในที่สุดการมีชีวิตอยู่ของไดโนเสาร์ก็การพิสูจน์ด้วยหลักฐานฟอสซิลไดโนเสาร์ lquaodon ที่ถูกค้นพบโดย ดร.แมนเทลและภรรยา

หลังจากนั้นนักวิทยาศาสตร์ก็จะพิสูจน์การอยู่ของไดโนเสาร์และประวัติศาสตร์โลกจากร่องรอยที่ถูกสะสมอยู่ในชั้นตะกอนดินเมื่อค้นพบร่องรอยตะกอนดินของไดโนเสาร์ถูกทับถมอยู่ในชั้นตะกอนดินพวกเขาจะขุดร่องรอยเหล่านั้นเพื่อนำมาวิจัยการมีอยู่ของไดโนเสาร์ ในปี1917 ได้ค้นพบไดโนเสาร์ทั้งสิ้น650สกุลจากนั้นก็ถูกค้นพบขึ้นอีกประมาณ20สกุลสันนิษฐานในมหายุคนั้นอาจจะมีไดโนเสาร์มากถึง900 1200สกุล

ไดโนเสาร์กินหินเพื่อช่วยย่อย

พืชนั้นมีส่วนประกอบหลักที่ย่อยยากนกซึ่งไม่มีฟันให้บดเคียจึงต้องกลืนลงไปไดโนเสาร์ก็เช่นกันมันย่อยอาหารพวกใบไม้เหนียวๆได้เพราะมันกลืนกรวดที่เรียกว่าGastrolithเข้าไปพอกรวดหมดคมและไม่สามารถบดอาหารได้อีกไดโนเสาร์จะคายกรวดออกมาแล้วกลืนก้อนกรวดเข้าไปใหม่แทนเมื่อพวกมันกินผลไม้กิ่งไม้และใบไม้ก้อนกรวดที่อยู่ในกระเพราะจะกระแทกกันไปมา

จึงช่วยบดอาหารทำให้การย่อยไปได้ดีขึ้นนักวิทยาศาสตร์ค้นพบว่าในฟอสซิลของไดโนเสาร์นั้นมีกรวดในท้องถึง64ก้อนสำหรับเรื่องราวที่เป็นตำนานยาวนานแบบไดโนเสาร์นั้นอันที่จริงก็ไม่มีใครที่จะบ่งบอกและชี้ชัดได้กว่านี้อีกแล้ว

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่เชื่อก็เพียงเพราะเราได้ค้นพ้นซากกระดูกของมันนั้นถือว่าเป็นหลัดฐานที่สำคัญที่สามารถยืนยันได้ถึงการมีตัวตนของมันและเป็นการยืนยันได้ว่าในสมัยก่อนมีจริงๆ แต่ทว่าในสมัยนี้เราก็ไม่อาจเห็นได้อีกแล้วและถึงว่าเรื่องราวของมันก็ยังคงน่าศึกษาและหาคำตอบได้อีกนาน