ในการนั่งขัดสมาธิ เราจะกลับสู่กิจกรรมเบื้องต้นของการสร้างอีกครั้ง การสร้างน่าจะมีสามแบบ แบบแรกคือการตระหนักในตัวเองหลังจากที่ปฏิบัติซาเซนเสร็จแล้ว เวลาที่นั่ง เธอจะไม่ได้เป็นอะไรเลย ไม่รู้แม้กระทั่งว่าเธอคือใคร แค่นั่งเท่านั้น แต่เมื่อเธอยืนขึ้นนั่นไงละ เธออยู่ที่นั่นแล้ว นี่คือขั้นแรกสุดของการสร้าง เมื่อเธออยู่ที่นั่น ทุกสิ่งทุกอย่างก็จะอยู่ที่นั่น ทุกอย่างถูกสร้างขึ้นทันทีทันใด เมื่อเธอเกิดขึ้นจากความไม่มีอะไร เมื่อทุกสิ่งทุกอย่างเกิดขึ้นจากความไม่มีอะไร เธอจะเห็นทุกสิ่งทุกอย่างสดใหม่ นี่คือการไม่ยึดติด

การสร้างแบที่สอง คือ เมื่อเธอทำหรือผลิตหรือเตรียมสิ่งใด เช่น อาหาร หรือชา การสร้างแบบที่สาม คือ การสร้างบางสิ่งบางอย่างจากภายในตัวเธอเอง เช่น ความรู้ วัฒนธรรม หรือศิลปะ หรือระบบอะไรบางอย่างสำหรับสังคมของเรา เพราะฉะนั้น สรุปว่าการสร้างมีสามแบบ แต่ถ้าเธอลืมแบบแรก ซึ่งเป็นการสร้างที่สำคัญที่สุด อีกสองแบบจะเหมือนกับเป็นเด็กที่ไม่มีพ่อแม่ และการสร้างทั้งสองแบบก็จะไร้ความหมายไปในที่สุด

ปกติแล้วทุกคนจะลืมซาเซน ทุกคนลืมพระเจ้า และพยายามอย่างหนักกับการสร้างแบบที่สองและสาม โดยที่ไม่มีพระเจ้าช่วย พระเจ้าจะทรงช่วยได้อย่างไรเล่า เมื่อพระองค์เองก็ไม่ทรงตระหนักว่าพระองค์คือใคร นี่คือเหตุผลว่าทำไมจึงมีปัญหามากมายในโลกนี้ เมื่อเราลืมต้นกำเนิดของการสร้างพวกเรา เราก็เหมือนเด็กที่ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรเมื่อเสียพ่อแม่ไป

ถ้าเธอเข้าใจทานปรัชญาปารมิตา เธอจะเข้าใจว่าพวกเราสร้างปัญหามากมายให้กับตัวเองอย่างไร แน่นอน การมีชีวิตคือการสร้างปัญหา ถ้าเราไม่ได้มาปรากฏในโลกนี้ พ่อแม่ก็ไม่ต้องมาลำบากกับเรา แค่เราโผล่ขึ้นมาเท่านั้น เราก็สร้างปัญหาให้กับพ่อแม่แล้ว แต่เอาเถอะ ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนสร้างปัญหาทั้งสิ้น

อย่างไรก็ตามคนมักจะคิดว่าถ้าตายไป ทุกอย่างก็จบ ปัญหาก็ได้หมดไป ทว่าการตายของเธอก็อาจสร้างปัญหาได้เช่นกัน ความจริงแล้ว ปัญหาของพวกเราครได้รับการแก้ไขหรือขจัดให้หมดไปในชาตินี้ แต่ถ้าเราตระหนักว่าสิ่งที่เราทำหรือสร้างขึ้นนั้นคือของขวัญจาก ฉันใหญ่ เมื่อนั้นเราจะไม่ยึดติดกับมัน และไม่สร้างปัญหาให้กับตัวเราเองหรือผ็อื่น

Comments are closed.

Post Navigation