กำแพงเบอร์ลินนั้นมีที่ตั้งอยู่ที่ประเทศเยอรมัน

ซึ่งกำแพงนี้เป็นสัญญาลักษณ์ถึงการแบ่งแยกความเป็นเยอรมัน กำแพงเบอร์ลินนั้นได้ถูกสร้างขึ้นในยุคของสงครามเย็น มีวัตถุประสงค์ในการสร้างก็คือ เพื่อเป็นการปิดกั้นพรมแดงของเยอรมันตะวันตก และเยอรมันตะวันออก ซึ่งความยาวของกำแพงนี้มีความยาวโดยรวมทั้งสิน 155 กิโลเมตร เป็นความยาวที่ยาวจะสามารถปิดกั้นและแบ่งเขตเยอรมันนีได้ ถูกสร้างขึ้นในปี .. 1961

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 1961 หรือประมาณปี ..​2504    ราวๆเกือบ 60 ปีที่ผ่านมา แม้ว่าปัจจุบันกำแพงเบอร์ลินจะได้ถูกทำลายลงไปแล้ว ในวันที่ 29 พฤศจิกายน ปี 2532 หรือเมื่อประมาณเกือบ 31 ปีที่แล้ว หลังจากที่ถูกใช้งานมานานถึง 28 ปีที่กำแพงแห่งนี้ได้แบ่งแยกความเป็นเยอรมันนีจนเกือบสมบูรณ์

กำแพงแห่งนี้เป็นสัญญษลักษณ์แหางความขัดแย้งระหว่างระบบทุนนิยมแบบยุโรปตะวันตก โดยมีแกนนำเป็นสหรัฐอเมริกา และ ระบบคอมมิวนิสต์ของยุโรปตะวันออก ภายใต้แกนนำของสภาพโซเวียต ซึ่งปัจจุบันได้ล่มสลายกลายเป็นประเทศรัสเซียในที่สุด ซึ่งเราจะเรียกความขัดแย้งนี้ว่าสงครามเย็นที่ยังส่งผลมาถึงยังปัจจุบันอยู่

แต่เมื่อในอดีตนั้นสงครามเย็นได้มีอิทธิพลต่อคนทั่วโลกเป็นอย่างมากเพราะเป็นแข่งขันความเป็นมหาอำนาจกันระหว่าง สหรัฐอเมริกา และสภาพโซเวียต 

นับตั้งแต่มีการสร้างกำแพงเบอร์ลินขึ้นมาการข้ามดินแดนระหว่างเยอรมันตะวันตก และเยอรมันตะวันออก นั้นถือเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมายอย่างร้ายแรง เพราะโ?ษเพียงสถานเดียวของผู้ที่พยายามจะข้ามกำแพงนี้คือยิงทิ้งเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ถือเป็นความโฆดร้ายที่เราไม่สามารถรับได้ในยุคนี้ โดยมีการคาดการณ์ว่ามีนักโทษที่ถูกยิงทิ้งจากการหลบหนีเพื่อข้ามกำแพงเบอร์ลินแห่งนี้สูงถึงราว 200 กว่าคน และมีการหลบหนีกันถึง 5,000 กว่าครั้ง เพราะในช่วงแรกๆนั้นกำแพงเบอร์ลินยังเป็นเพียงลวดหนามให้ขึงกั้นชายแดนอยู่ ทำให้การหลบหนีในช่วงแรกๆนั้นเป็นไปได้อย่างง่ายดาย

บางคนก็กระโดดข้ามลงมาตึกที่ถูกสร้างอยู่ตรงบริเวณของกำแพง

แต่เพียงไม่นานกำแพงก็ได้ถูกสร้างให้มีความแข็งแกร่งขึ้น ซึ่งกำแพงแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นจากคอนกรีตที่มีความแข็งแรงและยากต่อการหลบหนีข้ามแดน ส่วนตึกต่างๆที่ตั้งอยู่ใกล้กันกับกำแพงก็ถูกทำลายบ้างก็ถูกปิดตายจนหมด การสร้างกำแพงเบอร์ลินนั้นถือว่าเป็นความยากอย่างยิ่งเพราะเนื่องจากเป็นกำแพงที่มีความยาวเป็นอย่างมาก แต่ว่าความยากที่เหนือกว่าการสร้างกำแพงคือการหลบหนีข้ามกำแพงต่างหาก

เพราะหลังจากที่กำแพงมีความแข็งแกร่งขึ้น ผู้คนก็สรรหาวิธีการต่างๆที่จะข้ามdecr’csj’ouhอย่างน่าเหลือเชื่อ เช่น การข้ามกำแพงด้วยบอลลูน สร้างสลิงเพื่อข้ามกำแพง ขุดหลุมเป็นอุโมงเพื่อลอดใต้กำแพง หรือแม้กรทั้งว่ายน้ำข้ามฝั่งมา

แต่อย่างไรก็ดีกำแพงแห่งนี้ก็ได้ถูกทำลายลงไปแล้วเนื่องจาก ประธานาธิปดีของสภาพโซเวียตอย่างนายมัฮาอิล กอร์บาชอฟ ได้มีการลองปฏิรูปการปกครองดูให้เป็นแบบประชาธิปไตย อีกทั้งยังมีการชุมนุมเกิดขึ้นยังบริเวณใกล้กับกับกำแพงเบอร์ลินฝั่งตะวันออก ทำให้ทางเยอรมันนีฝั่งตะวันออกได้รับความกดดันอย่างมาก จากหลายปัจจัย และในที่สุดก็ได้ทำลายกำแพงแห่งนี้ลง เหลือเอาเป็นเพียงเรื่องเล่าทางประวัติศาสตร์ให้เราได้ศึกษากัน 

การออกแบบบ้าน6

ยุคสมัยนี้ต้องบอกเลยว่า อย่าทำเป็นฝันกลางวันว่าเราจะกลายเป็นนักออกแบบระดับโลก ฝันเหล่านั้นมีอุปสรรคมากมายอย่างเหลือเชื่อเลยล่ะ เพราะว่าโลกใบนี้ก็มีแต่คนที่ฝันที่จะเป็นแบบนั้นทั้งนั้น แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะให้เลิกที่จะฝันหลอกนะ

แต่การทำความฝันให้เป็นจริงนั้นตั้งเข้มงวดกับตัวเองอย่างมาก ที่จะฝึกในทุกๆด้านให้เป็นคนที่พร้อมกับโอกาสที่กำลังจะมาหา ไม่ใช่ว่าหวังจะเจอโอกาส แต่ว่าไม่ได้มีความพร้อมในเรื่องทักษะความสามารถเลย

ทุกวันนี้มีคนที่มีพรสวรรค์ทางด้านออกแบบเกิดขึ้นมาทุกวัน

แล้วทุกคนก็จะคิดว่าตัวเองเก่งพอที่จะออกไปต่อกรกับโลกกว้างด้วยการจะที่ว่าจะเป็นสุดยอดนักออกแบบ แต่นั้นก็เป็นความเพ้อที่ยังไม่ได้ออกมาดูโลกจริงๆเลย คนมีพรสวรรค์นั้นเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น แต่สิ่งที่สมควรจะทำเพื่อให้ตัวเองประสบความสำเร็จนั้นคือ พรแสวงต่างหาก การที่เราพยายามหาความรู้ หาไอเดียต่างๆนั้นจะทำให้เราทันโลกทันเทรนในตอนนั้นหรือยุคนั้น

ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญอย่างมากในการเป็นคนที่จะมาออกแบบอะไรใหม่ๆให้คนทั้งโลกได้เห็น

แล้วอีกเรื่องก็คือต้องเพิ่มทักษะความสามารถให้สามารถทำทุกอย่างที่คิดไว้ในหัวออกมาได้ แล้วทั้งสองอย่างนี้จะกลายเป็นเครื่องมือที่เอาไว้ต่อกรกับนักออกแบบทั่วโลก แต่เอาจริงๆแล้วอยากจะบอกว่ายังไม่พอหรอกนะ

เพราะเทรนนั้นเปลี่ยนแปลงไปทุกวัน เพราะฉนั้นจำเป็นที่จะต้องเพิ่มความรู้และทักษะความสามารถอยู่เสมอ อย่างหยุดนิ่งหรืออย่าคิดว่ารู้มากพอแล้ว จริงๆมันไม่มีคำว่าพอ เพราะอย่างที่บอก โลกเปลี่ยนไป เทคโนโลยี ก็เปลี่ยนไปเสมอๆ การที่หยุดนิ่งจะทำให้สมองนั้นตันแล้วก็ไม่รู้ถึงโลกในตอนนั้นอย่างแน่นอน แล้วก็ทำให้เราหมดแรงใจในการทำอาชีพนี้ต่อไป แล้วก็จะเป็นดั่ง 99% ของคนที่ไม่ประสบความสำเร็จนั้นเอง

เพราะฉนั้นขอบอกเลยว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดอันดับหนึ่งของนักออกแบบเลยล่ะ เพราะโอกาสมาเสมอ แต่ไม่ได้มาให้กับคนที่ไม่พร้อมจะรับมันยังไงล่ะ