ประวัติเกี่ยวกับสมัยรัชกาลที่6 สำหรับเรื่องนี้ได้เป็นเรื่องเล่าในสมัยรัชกาลที่6ครั้งนั้นพระองค์ได้ทรงประทับอยู่ที่ตําหนักจิตรลดารโหฐานเรื่องเล่าก็ได้มีอยู่ว่าวันหนึ่งรัชกาลที่6ท่านได้ต้องการเสด็จไปงานศพของพระญาติผู้หนึ่งที่เป็นลูกของรัชกาลที่4บางทีก็บอกว่าเป็นงานแต่งก็สรุปแล้วท่านจะเสด็จไปงานไหน

ซึ่งทั้งสองเหตุการณ์รัชกาลที่6ก็ต้องออกไปงานโดยรถส่วนพระองค์และทุกๆครั้งเวลาที่พระองค์ต้องการที่จะใช้รถพระองค์ก็จะไปขึ้นรถที่จุดนัดพบตรงพระที่นั่งอัมพรสถานและในคืนนั้นก็เช่นกันท่านก็ได้เสด็จไปจากพระตำหนักไปที่จุดนับพบนี้เองเพื่อที่จะขึ้นรถ

โดยเป็นการเสด็จมาเพียงพระองค์คนเดียงและในระหว่างที่กำลังจะเดินไปที่จุดนัดพบท่านก็ได้เห็นกับผู้บังคับการทหารรักษาวังที่ชื่อว่า นายพันโท จะหมื่นฤทธิ์ ได้เป็นทหารที่พระองค์ทรงโปรดปรานและก็สนิทสนมด้วยอย่างมากมายืนทำความเคารพอยู่คนเดียว

เมื่อรัชกาลที่6ได้เห็นและก็ทรงแปลกใจว่าทำไมถึงมาอยู่เฝ้าตรงจุดนี้ทำไมไม่ไปยืนตรงจุดนับพบแล้วมาคนเดียวแบบนี้จะมีเรื่องอะไรมาบอกพระองค์เป็นการส่วนตัวหรือเปล่าแต่ทว่าคนนั้นก็ไม่มีทีท่าว่าจะถวายหนังสือกราบบังคงทูลเรื่องอะไรเลยอีกอย่างหนึ่งก็คืองานที่จะไปวันนั้นก็ไม่ได้เป็นงานที่ต้องแต่งตัวแบบจัดเต็มแล้วคนในงานเขาก็มีการบอกให้ทุกคนแต่งเสื้อสีขาว

นอกจากนี้นายทหารผู้นี้กลับได้แต่งตัวมาเต็มยศเลยบางเรื่องก็บอกว่าพระองค์ทรงเดินมาถึงจุดนัดพบที่มีทหารทั้งหลายมารอรับเสด็จพระองค์ก็ทรงทอดพระเนตรเห็นทหารทุกคนแต่ว่ามีนายทหารผู้นี้แหละกับแต่งตัวสะเต็มยศเลยรัชกาลที่6ทรงเห็นแล้วก็นึกในใจว่าทำไมทหารคนนี้ถึงได้แต่งตัวมาสะเต็มยศแบบนี้คงอาจจะแต่งผิดมาก็ได้แต่พระองค์ก็ทรงไม่ทักอะไรเพราะกลัวว่านายทหารผู้นั้นจะเสียหน้าพระองค์ไม่ได้พูดอะไรแล้วก็เสด็จขึ้นรถไป

เพราะฉะนั้นแล้วเรื่องราวก็ได้ผ่านไปพระองค์ก็ไม่ได้นึกถึงเรื่องนั้นอีกแล้วจนกระทั่งรัชกาลที่6ก็ได้กลับมาจากงานในเวลานั้นก็เป็นเวลาเกือบตี3แล้วพระองค์ก็จะเสด็จขึ้นไปบนพระตำหนักเพื่อที่จะเตรียมการพักผ่อนและในตอนนั้นเองก่อนที่จะมาถึงห้องแต่งตัวท่านก็ได้ผ่านห้องโถงห้องหนึ่งและในตำหนักนั้นท่านกน็ได้ไปเห็นพานทองประหลาดอันหนึ่งได้ตั้งอยู่

ซึ่งในพานใบนั้นก็ได้มีธูปกระจ่างอยู่คู่กับเทียนอีกหนึ่งเล่มโดยเป็นของคนไทยที่เขาเอาไว้ใช้เผาศพพร้อมด้วยกระทงดอกไม้ตั้งอยู่และมีจดหมายลาตายของจะหมื่น ฤทธิ์ รณจักร

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.  สมัคร sbobet โดยตรง

Comments are closed.

Post Navigation